กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 8 9 [10]
91


คนบิลเลนเนี่ยน กับไทยแลนด์ 4.0 สถานะเป็นอย่างไร

คนบิลเลนเนี่ยน ในปัจจุบัน คือกลุ่มคนเจนวาย (Y Generation)

ซึ่งมีบทบาทเป็นคนรุ่นใหม่ ยุคใหม่ มีบทบาทในการทำงานทุกภาคส่วนของประเทศ และของโลก สถานะเขาจะเป็นอย่างในภาพที่บรรยายไว้

แต่สิ่งสำคัญ คนบิลเลนเนี่ยนจะมีความสำคัญและมีบทบาท ต้องมี 5 ทักษะ
1.ทักษะด้านการทำงาน
2.ทักษะด้านภาษา
3.ทักษะด้านคอมพิวเตอร์
4.ทักษะด้านการสื่อสาร
5.ทักษะด้านการบริหาร

ทั้ง 5 ทักษะถือว่าเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้ คนบิลเลนเนี่ยนเป็นคนมีคุณภาพ หากขาดทักษะด้านใดด้านหนึ่ง ย่อมไร้ความหมาย เพราะทักษะทั้ง 5 ด้านมึความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
92


นิทานเรื่อง    คนแจวเรือจ้าง

ในอดีตกาล ณ เมืองพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ์ เมื่อเจริญวัยเแล้วสำเร็จการศึกษาศิลปศาสตร์หลายแขนง ท่านก็บวชเป็นฤาษี เลี้ยงชีวิตด้วยผลไม้น้อยใหญ่ในป่าหิมพานต์เป็นเวลานาน
             
ต่อมา ท่านต้องการลิ้มรสอาหารที่ปรุงแต่งบ้าง จึงเดินทางมายังเมืองพาราณสี พระเจ้าพรหมทัต พระราชาได้ทอดพระเนตรแล้วทรงเลื่อมใสในอิริยาบถของท่าน จึงรับเป็นอุปัฏฐาก ขอให้ท่านพักอยู่ในพระราชอุทยาน
             
โอวาทที่พระโพธิสัตว์ทรงถวายแด่พระเจ้าพรหมทัตก็คือ ขอให้ทรงเว้นอคติ 4 ได้แก่ ไม่ประมาท สมบูรณ์ด้วยพระขันติ และพระเมตตากรุณา ครองราชสมบัติโดยธรรม
             
โดยพระโพธิสัตว์ทูลเน้นว่า "ขอมหาบพิตรอย่าทรงพิโรธ พระราชาผู้ไม่ทรงพิโรธตอบผู้โกรธ ย่อมได้รับการบูชาจากประชาชน อาตมาภาพขอถวายอนุศาสน์นี้ในที่ทุกสถาน ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน ในป่า ในที่ลุ่มหรือที่ดอน ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธเลย"
             
เหตุที่ถวายอนุศาสน์พระราชามิให้ทรงพิโรธนั้น เพราะพระราชาทั้งหลายมีพระบรมราชโองการเป็นอาวุธ คนเป็นอันมากต้องเสียชีวิตเพราะพระบรมราชโองการในขณะที่ทรงพิโรธ
             
ทุกครั้งที่พระราชาเสด็จมาประทับ พระดาบสโพธิสัตว์ก็ถวายอนุศาสน์แบบเดียวกัน พระราชาจึงทรงเลื่อมใส พระราชทานทรัพย์สินต่าง ๆ มากมาย แต่พระโพธิสัตว์ทูลปฏิเสธ ด้วยเห็นว่าไม่จำเป็นแก่ตน
             
12 ปีผ่านไป อยู่มาวันหนึ่ง พระโพธิสัตว์ดำริว่าอยู่ในที่แห่งนี้มานานแล้ว ควรเที่ยวจาริกไปชนบทอื่นบ้าง แล้วค่อยกลับมาใหม่ ก็มิได้ทูลลาพระราชา แต่เรียกคนเฝ้าสวนมาบอกให้ทราบไว้ แล้วเดินทางจากไปยังท่าเรือริมแม่น้ำคงคา
             
ที่ท่าเรือนั้น มีคนแจวเรือจ้างชื่อ "อาวาริยปิตา" เขาเป็นคนพาล โง่เขลา และดุร้าย ไม่รู้จักคุณของผู้มีคุณ ไม่รู้จักอุบายอันเหมาะสมเพื่อตน เขาจะส่งคนที่ต้องการข้ามแม่น้ำคงคาให้ข้ามก่อน แล้วจึงขอค่าจ้างราคาแพง ๆ ในภายหลัง ทำให้มักจะทะเลาะกับผู้โดยสารอยู่เนือง ๆ เพราะไม่ได้ตกลงราคากันไว้ก่อน มีการด่าทอ ทุบตีกันบ้างจึงจะได้ค่าจ้างมา
             
ขณะที่ดาบสโพธิสัตว์นั่งอยู่เรือเพื่อข้ามไปฝั่งตรงข้ามนั้น อาวาริยปิตา ก็ถามขึ้นว่า
       
       "ท่านจะให้ค่าจ้างข้าพเจ้าเท่าใด"
       
       "อาตมาจะบอกทางเจริญแห่งโภคทรัยพ์และความเจริญแห่งอรรถธรรมให้"
             
เขาฟังไม่เข้าใจถึงข้อความที่ท่านดาบสกล่าว แต่คิดว่าคงจะได้อะไรบ้างเป็นแน่ เมื่อไปถึงฝั่งตรงข้ามแล้ว เขาก็เอ่ยปากขอค่าจ้าง
       
       ดาบสจึงสอนทางเจริญแห่งโภคทรัพย์ว่า
             
"โยมจงขอค่าจ้างแก่ผู้ที่ข้ามไปฝั่งโน้นก่อน แล้วจึงไปส่งเขา เพราะจิตใจของคนที่ข้ามฟากแล้วเป็นอย่างหนึ่ง จิตใจของคนที่ต้องการจะข้ามฟากแต่ยังไม่ได้ข้ามก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนกัน"
             
กระนั้น อาวาริยปิตาก็คิดว่า ดาบสคงให้อะไรที่เป็นวัตถุแก่ตนบ้าง แต่ดาบสกลับกล่าวว่า ที่พูดนั้นเพื่อความเจริญแห่งโภคทรัพย์ในอาชีพของอาวาริยปิตาเอง ต่อไปจะให้โอวาทเพื่อความเจริญแห่งอรรถธรรม นั่นก็คือ "จงอย่าโกรธ"
             
แต่เนื่องจากคนแจวเรือจ้างเป็นคนโง่เขลา จึงไม่เห็นว่า ในโอวาทนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ และเมื่อทราบว่า ดาบสไม่มีวัตถุใด ๆ จะมอบให้แก่ตน เขาก็โกรธมาก ผลักดาบสให้ล้มลง นั่งทับอกท่านและตบปาก
             
ขณะนั้น ภรรยาของเขาถืออาหารมาส่ง เห็นดาบสเข้าจึงจำได้ จึงรีบร้องห้ามว่า "ดาบสนี้เป็นชีต้นประจำราชตระกูล อย่าตีท่านเลย"
             
อาวาริยปิตาโกรธภรรยาที่ห้าม จึงพุ่งเข้าตบตีภรรยาจนล้มลงไป ถาดข้าวตกแตก ภรรยาซึ่งท้องแก่อยู่ก็คลอดลูกบนพื้นดิน ชาวบ้านก็พากันมาล้อมดู และช่วยกันจับเขามัดเอาไว้ ก่อนจะส่งตัวให้กับพระราชาเพื่อลงพระราชอาญา แต่พระโพธิสัตว์ก็ตรัสว่า
             
"ภรรยาก็ถูกตบ ถาดข้าวก็แตก เด็กในครรภ์ก็หล่นลงสู่พื้นดิน เขาไม่อาจให้ประโยชน์เกิดขึ้นเพราะโอวาทนั้น เหมือนเนื้อได้ทองคำ ไม่อาจทำประโยชน์อะไรได้"
       
       
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

จะให้โอวาทแก่ใคร ก็ควรดูให้ดีเสียก่อนว่า เหมาะสมแล้วจึงให้ ไม่ควรให้แก่ผู้ไม่เหมาะสม ดาบสถวายโอวาทนี้แด่พระราชา แล้วได้รับพระราชทานหมู่บ้านชั้นดี ขณะเดียวกัน การบอกโอวาทอย่างเดียวกันกับคนแจวเรือจ้างผู้เป็นอันธพาล ได้รับการตบปาก เปรียบเหมือนสัตว์ประเภทเนื้อหรือลิงได้ทองคำ หรือแก้วมณี ที่มันไม่เห็นคุณค่า เหยียบย่ำเสียบ้าง นอนทับเสียบ้าง ไม่อาจใช้สิ่งนั้นให้เกิดเป็นประโยชน์เพิ่มพูนแก่ตนฉันใด คนอันธพาลก็ฉันนั้น แม้ได้ฟังโอวาทของบัณฑิตแล้วก็ไม่สามารถเอาไปทำประโยชน์อะไรได้ กลับจะเพ่งโทษให้แก่ผู้ให้โอวาทนั้นเสียอีก
93
เรื่องขำ ชวนคิด / เครื่องพิมพ์ดีด
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 26/04/18 »


เครื่องพิมพ์ดีด

สามีภรรยาคู่หนึ่ง ตกลงกันไว้ว่า หากต้องการมีอะไรกุ๊กกิ๊กกัน ให้ส่งรหัสว่า"พิมพ์ดีด"
วันหนึ่งหลังรับประทานอาหารเย็น สามีก็เกิดความต้องการ จึงให้ลูกไปบอกแม่ที่กำลังล้างจานว่า

"ให้รีบล้างจานเร็วหน่อย พ่อจะให้ช่วยพิมพ์ดีด"

แม่กำลังเหนื่อยล้างจานก็ไม่เสร็จจึงให้ลูกไปตอบพ่อว่า

"เครื่องพิมพ์เสีย ซ่อมยังไม่เสร็จ"

จนแม่ล้างจานเสร็จแล้ว หายเหนื่อยแล้ว ก็เกิดสงสารพ่อขึ้นมา จึงให้ลูกไปบอกพ่อว่า ซ่อมเครื่องพิมพ์เสร็จแล้ว ให้พ่อเตรียมงานไว้ เดี๋ยวจะไปช่วยพิมพ์ให้
พ่อตอบมาว่า

"บอกแม่ด้วยนะลูก ไม่ทันแล้วหละ พ่อเขียนด้วยมือเสร็จแล้ว"
94


จดทะเบียนรถไว้แล้ว

" พ่อครับๆ"ลูก ชายตะโกนจากในสวน
"รถถูกขโมย"
"เห็นไหมว่าใครเอาไป"
" เห็นครับ"
"จำหน้าได้ไหม"
"จำไม่ได้ แต่ผมจดทะเบียนรถเราไว้แล้ว"
95


เรียกร้องความสนใจ ทำอย่างไร

ในชั่วโมงสร้างเสริมประสพการณ์ชีวิตชั้น ป.6 ครูสอนเรื่องธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตจบลง จึงถามนักเรียน
ครู : สุริยะ ... เป็ด ไก่ และ ห่าน เรียกร้องความสนใจอย่างไร
ด.ช.สุริยะ : ส่งเสียงร้องครับ
ครู : ถูกต้อง... สาโรช ลิง ค่าง บ่าง ชะนี ... เรียกร้องความสนใจอย่างไร
ด.ช.สาโรช : มันจะกระโดดโลดเต้นครับคุณครู
ครู : ถูกต้อง...นกยูง เรียกร้องความสนใจอย่างไร จำลอง
ด.ช.จำลอง : มันจะคลี่ปีกลำแพนหางครับคุณครู
ครู : ถูกต้อง....สนธิ เธอว่า คน เรียกร้องความสนใจอย่างไร
ด.ช.สนธิ : ปลุกม็อบ ปิดถนน ครับคุณครู
96
การงานอาชีพ / ชนิดไผ่ ที่ควรทราบ และควรปลูก
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 20/04/18 »


ไผ่ชนิดที่ปลูกง่ายในบ้านเรา


ไผ่รวก
ไผ่รวกเป็นไผ่ลำเล็กขึ้นชิดแน่นทึบ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 ซม. สูง 5–10 เมตร ไม่มีหนาม หน้าใบมีขนเล็กๆ กาบหุ้มลำบางแนบชิดกับลำไม่หลุดร่วงเมื่อแก่ กาบหน่อสีขาว ปล้องยาว 7–23 ซม.


ไผ่สีสุก
ไผ่สีสุกเป็นไม้ยืนต้นขึ้นเป็นกอหนาแน่น มีลำสูงใหญ่ บริเวณข้อกิ่งคล้ายหนามกิ่งและแขนงมีหนามแหลมคม ลักษณะลำต้นกลวง ลำต้นมีสีเขียวสด ผิวเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อ ซึ่งส่วนมากไผ่อายุราว 30 ปี จึงจะมีดอกสัก หนหนึ่ง หน่อมีขนาดใหญ่ มีกาบสีเหลืองห่อหุ้ม ขนที่หน่อเป็นสีน้ำตาลมีน้ำหนักประมาณ 2-5 กก.


ไผ่ซาง
เป็นไม้ไผ่หน่ออัดใบ ลำต้นมีสีเขียวอ่อน ไม่มีหนาม ผิวเป็นมัน มีกิ่งแขนงมาก สูงประมาณ 6-20 ซม. มีเนื้อหนาประมาณ 5-8 มม. ปล้องยาวประมาณ 15-50 ซม. เนื้อไม้หยาบ โดยทั่วไปลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-12.5 ซม. ถ้าพบบริเวณเนินเขาสูงลำต้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5-10 ซม. กาบหุ้มลำในปล้องต่ำๆ จะสั้นประมาณ 8-30 ซม.


ไ่ผ่บง
 เป็นไผ่ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ลักษณะกอหุ้นแน่น ลำต้นคดงอ เนื้อในตัน แตกกิ่งตลอดลำ มีเส้นผ่าศูนย์กลางลำเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 3-5 เซนติเมตร สูงประมาณ 5-10 เมตร หน่อมีสีเขียว เนื้อละเอียด รสชาติหวานมัน กรอบ อร่อยคล้ายยอดมะพร้าว


ไผ่คาย
  เป็นไผ่ที่มีลำต้นสีเขียวแก่ ปล้องห่างข้อใหญ่ไม่มีหนาม เป็นไผ่ที่มีลำต้นสูงใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7-10 ซม. หน่อเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5-2.5 ซม. ลักษณะเป็นกอแน่นมาก ปล้องยาวประมาณ 30 ซม.


ไผ่เหลือง
 เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี เป็นไม้พุ่มเป็นกอ ลำต้นตั้งตรง กลม เป็นทรงกระบอกกลวง ขนาด 5-8 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง สีเหลืองมีเส้นแถบสีเขียวอ่อนตามยาวบ้าง ไม่มีหนาม เนื้อเเข็ง มีข้อปล้องชัดเจน แต่ละปล้องยาว 30-40 เซนติเมตร มีเหง้าใต้ดิน


ไผ่เลี้ยง
เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี เป็นไม้พุ่มเป็นกอ ลำต้นตั้งตรงกลม เป็นทรงกระบอกกลวง ขนาด 1- 4.5 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง สีเขียว ไม่มีหนาม เนื้อเเข็ง มีข้อปล้องชัดเจน แต่ละปล้องยาว 20- 30 เซนติเมตร มีเหง้าใต้ดินสั้น


ไผ่ตง
  พันธุ์ไผ่ตงชนิดนี้ลำต้นจะมีสีเขียวเข้มอมดำ ขนาดเล็กกว่าไผ่ตงหม้อ มีเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 9-12 เซนติเมตร ใบจะมีสีเขียวเข้ม หนาใหญ่และมองเห็นร่องใบได้ชัดเจน หน่อจะมีขนาดปานกลาง น้ำหนักโดยเฉลี่ย 3-6 กิโลกรัม หน่อไม้ไผ่ตงชนิดนี้จะมีรสหวาน กรอบ เนื้อเป็นสีขาวละเอียดและไม่มีเสี้ยน


ไผ่เปาะ
 เป็นไม้ไผ่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็นกอ กิ่งเรียวเล็ก ลำสูง 25-30 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 20-25 ซม. ปล้องค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับขนาดของลำ ปล้องบาง หนาประมาณ 1-3 ซม. ตอนล่างของลำเปล่า ไม่มีกิ่งตอนปลายลำ ลำสีเขียวอมเทา จะมีคล้าย ๆ ผงขี้ผึ้งสีขาวคลุมทั่ว ๆ ไป เมื่อลำต้นยังอ่อนข้อตอนล่างจะมีขนและมีรอยราก ที่ข้อจะมีกิ่งหลายกิ่ง กาบหุ้มลำใหญ่มาก ยาว 25-50 ซม. กว้าง 25-50 ซม.
97
บทความสาระ / นี่คือ นิสัยไม่ดี ไม่ควรทำ
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 20/04/18 »


นิสัยไม่ดี

1.ชอบหาช่องโหว่กฎหมายทำผิด ครูบางคนสอนเด็กว่า กฏมีไว้ให้ใแหก (ไม่รู้เป็นครูมาได้อย่างไร)
2.เวลาทำผิด ชอบทำหน้าแบ๊ว ไม่สำนึก
3.อยากจะได้กฎหมายที่มีผลประโยชน์กับตนเอง ถึงแม้จะเป็นผลเสียต่อคนอื่น ก้ทำหน้าแบ๊ว ไม่รู้เรื่อง
4.พอเข้าตาจน มักบีบน้ำตา เรียกความสงสารต่อคนอื่น
5.ชอบมีความเชื่อว่า กฎมีไว้แหก
6.แซงคิวอย่างเนียนๆ
7.เอาแต่ใจเป็นที่สุด
8.ความรับผิดชอบ ต่ำมาก
9.แน่นอนความซื่อสัตย์ ก้ต่ำเช่นกัน
10. ตอแ_ลเก่งสุด
11.ชอบหาเงินด้วยวิธีสกปรก
12. เชื่อว่า เงิน อยู่เหนือกฎหมายเสมอ
13.ไม่เห็นความผิดตนเองและก้ไม่เห็นความดีของผู้อื่น
14.โยนความผิดไปให้ผู้อื่นเก่ง
15.การปลอมแปลงเมพได้โล่ห์
16.สร้างภาพก้ชั้นเลิศ
17.ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง
18.นินทา อิจฉา ริษยา และดูถูกผู้อื่น
19.เป็นพวกไม่รู้จักคำว่าแพ้
20.เอารัด เอาเปรียบผู้อื่น
98


7 สุดยอดสมุนไพร บำรุงเพศชาย ยิ่งใช้ยิ่ง อึด ทน นาน


1.ถั่งเช่า
ว่ากันว่าถั่งเช่า เป็นพืชสมุนไพรที่เป็นเห็ดราแล้วเติบโตมาจากหนอน   มักเรียกกันว่า หญ้าหนอน ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ประเทศในแถบเอเชียกลางอย่าง จีน (ในบางมณฑล ) ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ บริเวณทางเทือกเขาหิมาลัยอย่าง อินเดีย ธิเบต และภูฏาน  ซึ่งเป็นสมุนไพรเมืองหนาวที่เชื่อกันว่า สามารถบำรุงและรักษาสมรรถภาพทางเพศชายให้มีความแข็งแรง ฟิตปั๋ง  โดยมีสารชนิดหนึ่งที่ชื่อ Cordyceps sinensis ซึ่งเป็นเห็ดหนอนที่ฝังตัวจำศีลอยู่ในหิมะจนแข็งตัว  ก่อนจะค่อยๆตายไปและเติบโตเป็นหญ้าหนอน  จึงมีส่วนที่ช่วยให้เกิดการกระตุ้นอสุจิในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ให้มีอาการหลั่งเร็ว ราบรื่น  ทำให้หลอดเลือดของอวัยวะเพศมีขนาดขยายใหญ่ขึ้น และมีความยืดหยุ่น เพราะเลือดได้ลงไปหล่อเลี้ยงที่เส้นเลือดใหญ่กับเส้นเลือดฝอย และยังมีฤทธิ์ในการเพิ่มพละกำลังไม่ให้เหนื่อยเร็ว  ช่วยบำรุงสเปิร์มให้มีความแข็งแรง ง่ายต่อการสืบพันธุ์  เหมาะสำหรับบุคคลที่มีบุตรยาก

นอกจากนี้ ถั่งเช่า  ยังสามารถใช้เป็นยาบำรุงเลือดในเพศหญิงตอนช่วงวันนั้นของเดือน  และยังเป็นยาที่ใช้บำรุงรักษาโรคทั่วไปที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภายใน  โดยช่วยปรับธาตุหยินหยางให้เลือดลมเดินสะดวก ช่วยชะล้างไตและระงับการเกิดโรคมะเร็งได้


2.โสมเกาหลี
ลักษณะทางกายภาพของโสมมีรูปร่างคล้ายมนุษย์  มักจะเกิดและเติบโตอยู่ในประเทศหรือพื้นที่ที่มีความหนาวเย็นเป็นหลัก สามารถนำรากและใบมาทำเป็นยาสมุนไพรกิน และทาภายนอกได้  โดยปกติแล้ว โสม เรามักจะรู้จักกันแค่ช่วยในเรื่องของการรักษาโรคเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบภายในอย่าง การไหลเวียนของเลือดที่ผิดปกติ  ธาตุหยินหยางบกพร่อง หรือแม้กระทั่งเป็นยาอายุวัฒนะที่ช่วยชะลอความเหี่ยวย่น ความแก่ชรา และช่วยลดน้ำหนัก โสม จึงเป็นที่นิยมสำหรับสุภาพสตรีเพียงอย่างเดียว  แต่จริงๆแล้วตามการวิจัยของแพทย์  ผลข้างเคียงของโสมนั้นนับว่ามีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นกำหนัด หรือทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้จริง เพราะ โสมมี Ginsenosides ซึ่งเป็นสารสำคัญที่อยู่ในราก  จะช่วยเพิ่มและปรับสมดุลในร่างกายให้คงที่ ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวเร็ว

ว่ากันว่าโสมที่ดีคือโสมที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศ จีนและเกาหลี  และการจะรับประทานให้ได้ผลดี  ต้องฝานบางๆกิน  หรือนำไปต้มเป็นชาร้อน  หากไม่สะดวกก็สามารถนำไปทำเป็นเครื่องแกงในอาหารได้  นอกจากนี้  โสม ยังมีส่วนช่วยไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างรังไข่ในช่วงฤดูประจำเดือนของเพศหญิง ให้เลือดลมเดินได้สะดวกยิ่งขึ้น


3.รากปลาไหลเผือก
เป็นสมุนไพรที่มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ  มีลำต้นตั้งตรง และใบเหมือนขนนกแตกกิ่งย่อยเยอะ  มีความเชื่อกันว่าเป็นไม้มงคลที่หายากตั้งแต่สมัยโบราณ ส่วนใหญ่จะรู้จักกันเฉพาะหมอแผนโบราณหรือพ่อค้าสมุนไพรเท่านั้น แต่ในปัจจุบันได้ค่อยๆรับความนิยมเป็นอย่างมาก  เพราะรากปลาไหลเผือกสามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้ถึง 108 ชนิดเลยทีเดียว ไล่ไปตั้งแต่ ใบ ดอก เปลือก เมล็ด จนถึงแกนราก ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นให้อวัยวะเพศชายผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ที่จะส่งสัญญาณไปยังระบบส่วนกลางของอวัยวะเพศชายให้ขยายใหญ่ขึ้น  ทังยั้งยังช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและความแข็งแกร่งของพละกำลังได้ดี


4.ม้ากระทืบโรง
มีลักษณะเป็นไม้พุ่มเลื้อย เปลือกสีน้ำตาลอมเขียว และมีปุ่มคล้ายหนามอยู่ล้อมรอบ  มีเปลือกข้างในสีขาวอมเหลือง ด้านในจะมียางสีขาวออกมา แต่เมื่อตัดผ่าออกแล้วจะมีลักษณะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มสลับขาวอมเหลือง  สรรพคุณหลักๆตามตำราไทยนั้น จะช่วยบำรุงการไหลเวียนของเลือด  บำรุงกระเพาะอาหาร บำรุงระบบขับถ่าย และแก้อาการวิงเวียนศีรษะได้ดี  แต่อีกทางหนึ่งที่มักจะรู้จักกันดีก็คือ จะช่วยบำรุงกำหนัดในเรื่องเพศให้มีกำลังวังชาเหมือนกับชื่อม้ากระทืบโรงนั่นล่ะ  มักเป็นที่นิยมในหมู่เพศชาย  โดยการนำเถาของมันที่มีรสเย็นขื่นๆไปดองผสมกับสุรา  หรือจะนำไปตากแห้งแล้วบดละเอียดต้มกินกับน้ำร้อนก็ได้


5.หมามุ่ย
เป็นพืชเถาที่มีขนบริเวณฝัก เมื่อถูกผิวหนังจะทำให้คันยุบยิบ มีดอกสีม่วงดำ ออกเป็นช่อตามง่ามใบ มีเมล็ด 4-7 เมล็ด ฝักจะมีขนอ่อนปกคลุมอยู่ทั่วไป  สรรพคุณทั่วไปคือเมล็ดหมามุ่ย สามารถนำมาเป็นยาผลิตฮอร์โมนเพศชายที่มีบุตรยากให้เพิ่มขึ้นได้ ภายหลังจากการวิจัยของแพทย์ที่ให้ผู้ชายรับประทานเมล็ดหมามุ่ย 5 กรัมต่อวันเป็นเวลา 3 เดือน สามารถผลิตอสุจิและน้ำเชื้อได้ดีขึ้น โดยมีสารที่เรียกว่า L–Dopa ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ โดปามีน ที่เป็นสารสื่อประสาทที่มีอิทธิพลสูงในระบบสืบพันธุ์

แต่ข้อควรระวังอย่างหนึ่งคือ เมล็ดหมามุ่ยนั้น ตามหลักการแพทย์ไม่สามารถนำมารับประทานดิบๆได้ เพราะจะทำให้เกิดอการคลื่นไส้อาเจียน และระบบประสาทแปรปรวนถึงขั้นหลอนได้ ดังนั้นจำเป็นอย่งมากที่ต้องนำมาทำให้สุกก่อนจึงจะรับประทานได้  ไม่มีผลข้างเคียง


6.บอระเพ็ด
เป็นไม้เถาเลื้อยที่จัดอยู่ในประเภทไม้เนื้ออ่อน  มีลักษณะเป็นปุ่มสีเขียวจนถึงสีน้ำตาล  เป็นพืชไม้เลื้อยที่เกิดในภูมิภาคเขตร้อน  มีรสชาติขมปี๋   สรรพคุณหลักคือสามารถนำมาเป็นยาขับพิษไข้ รักษาโรคพยาธิ แก้มะเร็งเม็ดเลือด แก้ท้องผูก  ในสมัยก่อนผู้หญิงที่เป็นแม่ลูกอ่อนมักนิยมนำมาทาที่หัวจุกบริเวณหน้าอก เพื่อกันไม่ให้ลูกที่ถึงวัยหย่านมแล้วเข้ามาดูดอีก แถมยังเป้นสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องการเสริมสมรรถภาพทางเพศได้ด้วยการนำไปต้มเป็นยากิน คล้ายกับยาระบายปกติ หรือช่วยบำรุงกระเพาะได้ สมัยก่อนผู้คนมักนิยมนำบอระเพ็ดไปเป็นยาทาลดไข้  จนมีคำฮิตติดปากมาถึงจนปัจจุบันที่ว่า ‘หวานเป็นลม ขมเป็นยา’ เพราะรสชาติของบอระเพ็ดนั้น  นับว่าขมจนยากจะกลืนกินเลยทีเดียว


7.โด่ไม่รู้ล้ม
เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นสั้นและกลม ชี้ตรง  ลำต้นและใบมีขนสีขาวละเอียด พบได้ง่ายตามบริเวณป่าโปร่งที่มีทรายเป็นส่วนใหญ่ อยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศไทยและประเทศที่อยู่ในเขตร้อน มีสรรพคุณคือช่วยบำรุงร่างกายและพละกำลัง วิธีรับประทานก็ง่ายๆ เพียงแค่ใช้รากของมันมาต้มเป็นน้ำแล้วดื่ม หรือจะใช้สำหรับไว้ดองเหล้าที่มีส่วนผสมของสมุนไพรกำลังเสือโคร่งและม้ากระทืบโรงเป็นส่วนประกอบด้วยก็ได้ผลดี  โด่ไม่รู้ล้มมีสรรพคุณช่วยให้เกิดความคึกคะนองไม่ต่างจาก ม้ากระทืบโรง แต่อาจจะไม่ได้ผลในลักษณะเร็ว  เพราะถ้าสมุนไพรออกฤทธิ์มากเกินไปจะยิ่งทำให้การไหลเวียนเลือดตกต่ำ  ส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วผิดปกติ  ดังนั้นควรจะรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม  ซึ่งวิธีที่เหมาะอีกอย่างหนึ่งคือ   สามารถนำทั้งต้นไปตากแห้งและหั่นเป็นฝอยละเอียด  เพื่อใช้เป็นยาดื่มบำรุงโรคทั่วไปก็ได้

การจะดูแลน้องชายตัวเองด้วยการรับประทานสมุนไพรซักชนิดนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะทำให้มัน ฟิต ปึ๋ง ปั๋ง และยืดหยุ่น ในช่วงที่คุณกำลังละเลงบทรักอันเร่าร้อนบนเตียง กับคนรักนั้นสำคัญยิ่งกว่า เพราะตราบใดที่คุณยังทำเป็นไก่อ่อน คุณก็ลองคิดถึงจิตใจของคนรักที่อาจจะอารมณ์ค้างอยู่แล้วก็ได้  เพราะฉะนั้น! หากไม่อยากถูกเรียกว่าไอ้ไก่อ่อนอย่างที่คุณกำลังจะคิด  ก็ลองหาสมุนไพรดีๆมารับประทานดูสิ  รับรองว่ามันจะฟินอย่าบอกใครเลยล่ะ!

ที่มา kapook.com
99


ขั้นตอนเปลี่ยนถ่าย "น้ำมันเกียร์ ออโต้" คนมีรถต้องรู้!!

เกียร์ออโต้รถยนต์หากปล่อยปละละเลยไม่ดูแลรักษา ถึงคราวเกิดปัญหาขึ้นต้องเตรียมเงินซ่อมแซมไว้หลักหมื่น งานนี้มีเจ็บตัวอย่างแน่นอนไม่มากก็น้อย โดยปกติเกียร์รถยนต์จะมีอายุการใช้งานยาวนานนับ 10 ปี หรือมากกว่านี้แต่ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลบำรุงรักษาและควรถ่ายน้ำมันเกียร์ ตามอายุใช้งานตามคู่มือรถ

     การถ่ายน้ำมันเกียร์จะไม่สามารถเปลี่ยนถ่าย น้ำมันเก่าออกได้ 100% เป็นเพียงการทำให้เจือจาง (dilute) ลงเท่านั้นเอง เพราะน้ำมันเกียร์ส่วนที่เหลือจะตกค้างภายในชิ้นส่วนที่เรียกว่า ทอร์คคอนเวอร์เตอร์, ระบบเกียร์ภายใน, วาว์ลบอดี้ ไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายออกมาได้ทั้งหมด คือทุกครั้งที่ถ่ายน้ำมันเกียร์ จะได้น้ำมันใหม่เข้าไปแทนของเดิมที่ถ่ายออกมาอัตราส่วนประมาณ 30/70 หรือ 40/60 เท่านั้น

     ถ้าอยากให้ถ่ายน้ำมันเกียร์ออกมาทั้งหมดต้องใช้เครื่องมือพิเศษถ่ายน้ำมันเกียร์เท่านั้น การถ่ายน้ำมันเกียร์แบบนี้เรียกว่า Flushing เป็นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ที่สมบูรณ์ที่สุด ควรเปลี่ยนถ่าย 3 – 4 ปี ทำครั้งหรือประมาณ 7 – 8 หมื่นกิโลเมตร คุณจะเห็นถึงความแตกต่างลดปัญหาจุกจิก เช่น การชิฟเกียร์ช้ากว่าปกติ อาการกระตุกในจังหวะชิฟเกียร์ เป็นต้น

ขั้นตอนการถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้

1.    เตรียมน้ำมันเกียร์ ออโต้ ต้องเป็นสเปคเดิมเท่านั้น ลองเช็กที่ (คู่มือรถ)
2.    ใช้แม่แรงยกรถให้เอียงเล็กน้อย จะทำให้น้ำมันเกียร์ถ่ายออกมามากขึ้น
3.    ภาชนะที่รองรับน้ำมันเกียร์ (ควรหาแกลลอนที่มีตัวเลข บอกปริมาณน้ำมันที่ถ่ายออกมาได้) เพราะต้องใส่น้ำมันเกียร์ของใหม่กลับไปเท่าของเดิม
4.    ไขน็อตออกใช้ประแจเบอร์ 14
5.    รอน้ำมันเกียร์ไหลออก จากนั้นไขน็อตกลับเข้าที่เดิม
6.    เติมน้ำมันเกียร์ ในปริมาณที่เท่ากับน้ำมันเก่าที่ถ่ายออกมา

     คำเตือน : หากไม่ใช้น้ำมันเกียร์เหมือนสเปคเดิมจะไปสร้างปัญหาให้กับระบบเกียร์ของคุณ เพราะหากน้ำมันเกียร์ไม่สามารถเข้ากับน้ำมันเก่าได้ อาจเกิดปัญหาถึงขั้นเกียร์พังได้



100


ถกเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย ชี้คลอดปฎิทินแน่เดือนพ.ค.61

บอร์ด ก.ค.ศ.ถก เกณฑ์สอบครูผู้ช่วยรูปแบบใหม่ ได้ข้อสรุปคลอดปฎิทินสอบครูผู้ช่วยภายในเดือน พ.ค.แน่ มอบ สพฐ.และ มสด.ร่วมดำเนินการจัดสอบ

18 เม.ย.61  นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยใหม่ ซึ่งที่ประชุมมีข้อสรุปว่าภายในเดือน พ.ค.นี้ จะประกาศปฎิทินสอบครูผู้ช่วยได้อย่างแน่นอน แต่ระเบียบหลักเกณฑ์ในการจัดสอบจะเป็นอย่างไรนั้นอยู่ระหว่างการจัดทำ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม รวมถึงจะมีการจัดสอบในวิชาสาขาที่ขาดแคลนด้วยแต่จะไม่เปิดเป็นจำนวนมากเหมือนปีที่ผ่านมา โดยเราจะคัดเลือกเฉพาะสาขาวิชาที่ขาดแคลนจำเป็นจริงๆเท่านั้น  ทั้งนี้ที่แน่ๆจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงในการจัดสอบครูผู้ช่วยปีนี้ก็คือ จะมีหน่วยงานกลางเข้ามาจัดสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต (มสด.)  เป็นหลักร่วมกันดำเนินการ นอกจากนี้ ศธ.จะสร้างความรับรู้และความเข้าใจในการสอบครูผู้ช่วยใหม่ด้วย เพราะที่ผ่านมาเราพบครูอายุมากมาสอบครูผู้ช่วย และเมื่อสอบได้ทำเรื่องย้ายไปที่อื่นในตำแหน่งเดียวกัน โดยใช้วิธีการย้ายแบบพิเศษ ซึ่งเมื่อดูในกฎหมายการสอบครูผู้ช่วยไม่สามารถทำแบบนี้ได้  ดังนั้นปีนี้เราต้องทำความเข้าใจใหม่ว่าครูเป็นครูอยู่แล้วจะมาสอบไม่ได้เพื่อวัตถุประสงค์ของการย้ายไม่ได้เด็ดขาด เนื่องจากกฎหมายเปิดช่องให้เป็นข้าราชการหน่วยงานอื่น เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นต้น

 รมว.ศึกษาธิการ  กล่าวต่อไปว่า  นอกจากนี้ที่ประชุมยังพิจารณากรณีศาลปกครองอุบลราชธานีได้อ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ คบ.51/2561 ในคดีหมายเลขดำที่ บ.75/2560 ระหว่างนายเฉลิมเกียรติ แก้วกนก ผู้ฟ้องคดี กับ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ผู้ถูกฟ้องคดี  โดยมีสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า การที่ศาลปกครองชั้นต้น มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามข้อ 10 และ ข้อ 11 ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสพฐ.ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษานั้น  ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วยจึงมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น เป็นยกคำขอของผู้ฟ้องคดี ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการตามมติเก่าตามขั้นตอนสำหรับใครที่ยังไม่ได้รับการบรรจุ ดังนั้นการบรรจุผอ.โรงเรียนทุกอย่างจะต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 16 พ.ค.นี้ทันที

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หน้า: 1 ... 8 9 [10]