แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Mimo

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 11
16



“จิงจูฉ่าย” (White Mugwort) สมุนไพรชนิดนี้อาจไม่ค่อยคุ้นหูเรามากนัก และหลายคนอาจสงสัยว่าสมุนไพรชนิดนี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ฟังชื่อแล้วน่าจะมีถิ่นกำเนิดมาจากจีนแน่ๆ ทำให้คนไทยไม่ค่อยคุ้นเคยกันสักเท่าไหร่ แต่หากสังเกตให้ดีๆ จะพบว่า “จิงจูฉ่าย” หรือที่ชาวต่างชาติเรียกว่า “เซเลอรี” (Celery) นั้น มักจะปรากฏให้เราเห็นในถ้วยต้มเลือดหมูที่คนขายใส่มาเพื่อดับกลิ่นคาว ส่วนชาวต่างชาตินิยมนำมาตกแต่งไว้ข้างๆ จานอาหารให้ดูมีสีสันขึ้นมา




7 สรรพคุณของจิงจูฉ่าย

1. สรรพคุณของจิงจูฉ่ายสู้กับมะเร็งร้ายได้ จากผลการวิจัยพบว่าจิงจูฉ่ายนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งได้ โดยให้นำใบจิงจูฉ่าย 1 กำมือ มาปั่นหรือตำแล้วคั้นเอาน้ำออกมากินเช้า-เย็น ก่อนกินอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง วันละ 1-2 ครั้ง ให้กินติดต่อกันเป็นเวลา 2-3 เดือน จะสามารถต้านทานเซลล์มะเร็งได้ เพราะสารที่มีในต้นจิงจูฉ่ายจะช่วยให้ร่างกายและการรักษาโรคมะเร็งดีขึ้น

2. จิงจูฉ่ายมีเกลือแร่และวิตามินสูง โดยมีวิตามินซีสูงมากกว่ามะนาวถึง 58 เท่า มีวิตามินเอ วิตามินอี วิตามินบี 6 เหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และใยอาหาร จึงจัดเป็นพืชที่มีสรรพคุณทางยาสูงมาก

3. จิงจูฉ่ายเป็นสมุนไพรบำรุงเลือดลมได้ดี โดยเฉพาะบำรุงเลือดลมสตรี แก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยประสะเลือด เลือดลมจึงมาตามปกติ

4. น้ำมันหอมระเหยของจิงจูฉ่ายช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องความดัน และช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ดี

5. จิงจูฉ่ายมีสรรพคุณเป็นยาเย็น หากกินในหน้าหนาวจะช่วยบำรุงปอด ช่วยฟอกเลือด ทำให้เลือดลมหมุนเวียนได้สะดวก และช่วยปรับสมดุลร่างกาย

6. ประโยชน์ของจิงจูฉ่ายช่วยดับพิษ แก้อักเสบ แก้ผิวหนังเป็นฝี ตุ่ม แก้ผดผื่นคันได้ดี

7. จิงจูฉ่ายมีประโยชน์รักษาโรคมาลาเรียได้ ซึ่งเชื้อโรคนี้คล้ายๆ กับเซลล์โรคมะเร็ง




สมุนไพรต้านมะเร็ง,มะเร็ง,ผักสด,พืช
แหล่งข้อมูล:http://sukkaphap-d.com

17


 :P :P ณ ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง :P :P
เพื่อน : นี่ๆ ลอยลิปสติกเต็มเสื้อเอ็งเลย ถ้าเมียเอ็งเอาเสื้อไปซัก ไม่โดนเมียตบเหรอเนี่ยะ?
ผม : โถ่เอ้ยย!! ดูด้วย ว่าข้าเป็นใคร?
เพื่อน : โฮ่…เอ็งเป็นคนไม่กลัวเมียเหรอ
ผม : เปล่า…ตูเป็นคนซักผ้า..

ขำขำ,ตลก,การ์ตูน,ชวนคิด
แหล่งข้อมูล:http://www.siamjoke.com

18


  ??? ??? ดอน.....พาแฟนสาวไปกินข้าวที่ร้านอาหารจีนชื่อดังของย่านเวอร์จิเนีย...อาหารรสชาดดี แต่ว่ามันเผ็ดไปสักหน่อยสำหรับหนุ่มเมริกันอย่างเขา. จึงทำให้ท้องไส้เกิดอาหารไม่ค่อยจะดีในตอนขับรถกลับบ้าน...ตอนแรกคิดว่าจะแวะที่ร้าน Mc Donald ริมทาง แต่ก็กลัวจะเสียฟอร์ม ก็เลยตัดสินใจว่า..ไม่เป็นไรน่า เด๋วพอส่งแฟนสาวกลับบ้านแล้วค่อยแวะทีหลังก็ได้

 :( :( พอถึงบ้าน แทนที่แฟนสาวจะยอมเข้าบ้าน กลับคะยั้นคะยอให้ดอนเข้าไปพบพ่อแม่ของเธอสักหน่อย เพื่อทำความรู้จัก ตอนนั้นดอนพยายามกลั้นแก๊สที่มันจะออกมาเต็มทน แต่ก็ทนแฟนรบเร้าไม่ไหว...ก็เลยตกลงว่าจะเข้าไปสวัสดี พ่อแม่ของเธอสักหน่อย...แล้วรีบกลับออกมาปล่อยแก๊สหน้าบ้านให้สบายท้องไปเรยยยยย

 :o :o พอเข้าไปนั่งในบ้าน..พ่อของแฟนสาวเป็นทหารเรือเก่า.พูดจา เสียงดัง แต่ท่าทางใจดี..พ่อก็เข้ามาทักทายเป็นอย่างดี พร้อมทั้งแนะนำแม่..และหมาตัวสีขาวน่ารักชื่อ Rover.... เจ้าโรเวอร์ ก็ช่างแสนรู้..เข้ามากระดิกหางแล้วหมอบอยู่ตรงเท้าของดอน..ไม่ไปไหน...ส่วน ดอนนั้น..อาการเริ่มแย่ลง..จนทนไม่ไหว จะต้องปล่อยให้แก๊สส่วนหนึ่งระบายออกมาซะบ้าง.. เขาคิดว่า..ไม่เป็นไรน่า..เจ้าโรเวอร์อยู่ใกล้ ๆ .ขอมั่วซะหน่อย..คิดแล้วก็ค่อย ๆ ระบายแก๊สออกมาส่วนหนึ่ง..แต่ก็ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วทีเดียว..ทุกคนทำหน้า เลิ่กลั่ก ๆ ดอนก็แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้.มองไปที่เจ้าโรเวอร์...คุณพ่อก็จึงส่งเสียงดุออก มาว่า........" ROVER !!!!"

 ??? ??? ดอนก็ค่อยสบายใจ..ถึงแม้จะละอายใจที่ ต้องป้ายความผิดให้หมาก็ตาม..เขาจึง ปล่อยส่วนที่เหลือออกมาครึ่งนึง.. กลิ่นเหม็นก็แรงขึ้นกว่าเดิม...คุณพ่อก็ดุเสียงดังขึ้น.." ROVERRR !!!"ถึง ตอนนี้..ดอนกลั้นต่อไปไม่ไหวแล้ว..ก็เลยปล่อยออกมาจนหมดโหลด..ในใจก็นึก ขอโทษเจ้าหมาน้อยน่ารัก...ตอนนี้คุณพ่อถึงกับลุกขึ้นยืน...จ้องเขม็งมาที่ เจ้าหมาน้อย แล้วดุเสียงดังสนั่นว่า....

  :o " ROVERRRRRRRR !!!!!!!!!! ...ยังไม่ลุกมาอีก... เด๋วมันก็ขี้รดหัวเอาหรอก..!!!! "

แหล่งข้อมูล:http://www.thaigold.info

19


 :-* :-* จุดพักมอเตอร์เวย์ ตอน ตีสองครึ่ง ผมกำลังขับรถไป จ.ตราด คนเดียว...ปวดขี้สุดๆ เข้าไปในห้องน้ำ นั่งทันที ปิดประตู ปัง   สักพักมีคนเข้ามานั่งห้องข้างๆ  แล้วก็มีเสียงลอดมา  ชายนิรนามห้องข้างๆ "สวัสดี เป็นไงมั่ง สบายดีไหม?"  ผม นึกในใจ อืม อะไรของมันเอาวะใจดีสู้เสือตอบไป "เอ่อ สบายดีครับ สวัสดีครับ"
ชายนิรนามถามต่อ " ทำอะไรอยู่ล่ะ"  ผม เอ่อ จะให้ ทำอะไรฟะ นั่งอยู่ในส้วม " เอ่อ ก็รู้ๆกันอยู่นะครับ "

ชายนิรนามถามอีก " นอนดึกนะเนี่ย ไม่หลับไม่นอน จะไปไหนเนี่ย" ผม อืม แปลกดีวุ้ยมีชวนคุย " เออ ไป ตราดครับ ต้องไปงานแต่งตอนเช้า"   แล้วชายนิรนามก็พูดประโยคที่ทำให้ผมช๊อคมาก

 : :( :(  " เฮ้ย แค่นี้ก่อนนะ ห้องข้างๆ มันเป็นอะไรไม่รู้ พูดตอบมาตลอดเลย "   ::) ::)


แหล่งข้อมูล:http://www.thaigold.info

20



 ;D ;D บ่ายวันหนึ่งระหว่างคนตัดไม้กำลังตัดไม้อยู่ริมน้ำนั้น...ขวานคู่มือก็หลุดมือจมลงน้ำไป..คนตัดไม้ก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ริมน้ำ..ทันใดนั้นเองเทวดาก็ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำแล้วถามว่า.."มีปัญหาอะไรรึ"
"ขวานผมตกลงไปในน้ำแล้ว และตรงนี้น้ำลึกมาก..ต่อไปผมจะเอาอะไรไปตัดไม้หาเลี้ยงลูกเมียได้หละท่าน"


เทวดาได้ยินดังนั้นก็ดำน้ำลงไปสักพักแล้วขึ้นมาพร้อมกับขวานทองคำ.."เอ้าขวานนี้ใช่ขวานของเจ้าใช่รึไม่?" เทวดาถามคนตัดไม้ "ไม่ใช่ครับ"  เทวดาก็ดำน้ำลงไปอีกครั้งกลับขึ้นมากับขวานเงิน "เอ้า แล้วขวานนี้หละใช่ของเจ้ารึไม่?" .."ไม่ใช่ครับ ขวานของผมทำจากเหล็กมีด้ามไม้เก่าๆ ไม่ใช่ขวานเงิน ขวานทอง"

เทวดาจึงดำลงน้ำไปอีกครั้งแล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับขวานเหล็กคู่มือคนตัดไม้ "เอ้าขวานของเจ้า แต่เราเห็นเจ้าเป็นคนดีซื่อสัตย์ไม่โกหกเราจะให้ขวานเงินกับขวานทองคำแก่เจ้าไปด้วยเพื่อตอบแทนในการที่เจ้าเป็นคนดี" คนตัดไม้จึงรับขวานไว้แล้วกลับบ้านด้วยความสุข

 ;D ;D หนึ่งเดือนต่อมา...ระหว่างที่คนตัดไม้กำลังเดินเล่นอยู่ริมน้ำพร้อมกับภรรยาของเขาอยู่นั้น
ภรรยาก็ลื่นตกน้ำไป คนตัดไม้ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้ริมน้ำ ทันใดนั้นเทวดาองค์เดิมก็ปรากฏกายออกมาอีกครั้ง"เอ้าคราวนี้เจ้ามีปัญหาอะไรรึ".."ภรรยาผมลื่นตกน้ำไปเมื่อกี้นี้ครับ"

ได้ยินดังนั้นเทวดาจึงดำน้ำลงไป และขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนกันกับเจนิเฟอร์โลเปซตั้งแต่หัวจรดเท้า "ผู้หญิงคนนี้ใช่ภรรยาเจ้ารึไม่?" "ใช่แล้วครับ" ..คนตัดไม้ตอบทันที เทวดาจึงโกรธมาก    เพราะเห็นว่าคนตัดไม้โกหก และไม่ซื่อสัตย์เหมือนก่อน

"ขออภัยด้วยครับท่านเทวดา มันเป็นการเข้าใจผิดครับ" คนตัดไม้รีบชี้แจงทันใด  "ถ้าเกิดผมตอบว่าไม่ใช่ ผมเดาว่าท่านก็คงจะลงไปในน้ำอีกครั้ง  แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงที่เหมือนกับแคธรีน ซีต้าโจนส์
และเมื่อผมปฏิเสธอีกท่าก็คงจำดำลงไปอีกครั้งแล้วนำภรรยาผมตัวจริงขึ้นมา

สุดท้ายท่านก็คงจะให้ผู้หญิงอีก 2 คนผมด้วยเพื่อตอบแทนที่ผมไม่โกหก  แต่ว่า....ผมเป็นแค่คนตัดไม้จะมีปัญญาอะไร  ..ไปหาเงินเลี้ยงเมียพร้อมกัน 3 คนได้หละครับ ผมจึงจำเป็นต้องตอบว่าใช่ตั้งแต่แรก"

 :D :D :D นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....เมื่อใดที่ผู้ชายโกหกแสดงว่าชายผู้นั้นจะต้องมีเหตุผลจำเป็นในการโกหกและมีเจตนาดีอย่างแน่นอน


แหล่งข้อมูล:http://www.thaigold.info

21


 :) :) คุณดำรงศักดิ์ วิรยศิริ เจ้าของสวนบ้านวังทอง เลขที่ 90 หมู่ที่ 4 ตำบลวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. 0885517846 เป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม บนพื้นที่เพียง 10 ไร่เศษ แต่มีการปลูกพืชหลากหลายชนิดในแปลงเดียวกัน มีการจัดการเรื่องการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีรายได้หมุนเวียนเข้ามาทุกวัน คุณดำรงศักดิ์ วิรยศิริ ยังมีความเชี่ยวชาญในการ “พัฒนาพันธุ์พืช”



 :) :) คุณดำรงศักดิ์ ได้พัฒนาสายพันธุ์เรื่อยมาจนได้พันธุ์ทับทิมแดงสยาม ซึ่งเป็นลูกของต้นฝรั่งประดับจากประเทศฟิลิปปินส์ หลังจากนั้น ได้นำพันธุ์ทับทิมแดงสยามเป็นต้นแม่มาผสมพันธุ์กับพันธุ์แป้นสีทองเป็นต้นพ่อ ลูกผสมออกมา ได้ ต้น ใบ ดอก และสีของผล จากต้นแม่ คือสีแดงทั้งหมด บริเวณหลังใบมีสีแดงน้ำตาล ส่วนของหน้าใบมีสีเขียวออกดำ ดอกมีสีแดงอมชมพูสวยงามมาก ลำต้นสีแดง ขณะที่ติดผลอ่อนสีของผลมีสีน้ำตาลดำ และเมื่อผลแก่สีของผลจะจางลงเป็นสีน้ำตาลแดง ผลแก่มีลักษณะทรงผลคล้ายกับฝรั่งเวียดนาม เนื้อมีสีแดง รสชาติหวานและกรอบ มีกลิ่นของฝรั่งขี้นก และจัดเป็นฝรั่งที่ให้ผลดกไม่แพ้สายพันธุ์อื่น



 :) :) คุณดำรงศักดิ์ ย้ำว่า ฝรั่งแดง ถือว่าเป็นผมคนเดียวที่ทำ เพราะผมเป็นคนเริ่มต้น ถ้าเป็นฝรั่งสายพันธุ์ใบแดงๆ นั้น ก็มาจากผม ปัจจุบัน ได้ฝรั่งแดงลูกผสมพันธุ์ใหม่ล่าสุด คือ “ทับทิมสยาม” ซึ่งใช้เวลานานกว่า 30 ปี โดยใช้ฝรั่งแดงบางกอกเป็นแม่และใช้ฝรั่งพันธุ์บางกอกแอ๊ปเปิ้ลเป็นพ่อ ทรงผลออกกลม เนื้อมีสีแดง รสชาติหวาน กรอบ อร่อยมาก



 :) :)  “ทับทิมสยาม ต้นใหม่ล่าสุด” ผลมันใหญ่ขึ้น ผลมีขนาดใหญ่สุดถึง 1 กิโลกรัม เป็นต้นใหม่ล่าสุด ถือเป็นชั่วสุดท้าย คือผมใช้ชื่อฝรั่งทับทิมสยามเป็นแม่มาตลอด ซึ่งมันมีหลายเบอร์ เบอร์ก่อนหน้านี้ผลมันยังไม่ใหญ่มาก คือกลางๆ แต่เบอร์ล่าสุดผลใหญ่สุดถึง 1 กิโลกรัม เนื้อกรอบ แข็ง หนา รสชาติหวาน เนื้อละเอียด ไม่ฝาดเลย อร่อยมาก





บทความ,ผลไม้,ฝรั่ง,สามสีกรอบ,ฝรั่งสีแดง
แหล่งข้อมูล:https://arunothaigarden.wordpress.com

22


:) :) สาละอินเดีย Shorea robusta Roxb. มีชื่อสามัญว่า Sal,
Shal, Sakhuwan,Sal Tree, Sal of India, Religiosa (ภาษาละติน หมายถึง 
เกี่ยวเนื่องกับศาสนา)  มีถิ่นกำเนิด  ทางเหนือของประเทศอินเดีย  (ซึ่งปัจจุบัน
คือประเทศเนปาล)    ซึ่งเป็นชนิดที่เกี่ยวเนื่องกับพูทธประวัติโดยตรง  บางที
เรียกว่า  สาละใหญ่  หรือมหาสาละ

           :) :)  สาละ เป็นพืชพวกเดียวกันกับพะยอม เต็ง รัง อยู่ในสกุล
Shorea  ในวงศ์  Dipterocarpaceae
            :) :)  ลักษณะ เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ ลำต้น เปลาตรง เปลือกสีเทาแตกเป็นร่อง เป็นสะเก็ดทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ปลายกิ่งมักจะลู่ลง กิ่งอ่อนเกลี้ยง ใบ เดี่ยว ดกหนาทึบ รูปไข่กว้าง โคนใบเว้าเข้า ปลายใบเป็นติ่งแหลมสั้นๆ ผิวใบเป็นมัน ขอบใบเป็นคลื่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆ ตามปลายกิ่งและง่ามใบ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ  ๕ กลีบ กลีบดอกสีขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอม ผล เป็นผลชนิดแห้ง แข็ง มีปีก ๕ ปีกยาว ๓ ปีก ปีกสั้น ๒ ปีก บน แต่ละปีกมีเส้นตามความยาวของปีก ๑๐ -๑๕ เส้นออกดอกประมาณกลางเดือนมีนาคม



            :) :)  สาละอินเดียตอนนี้มีปลูกมากในรัฐอุตตรประเทศ แถบเมืองโครักขปูร์ ไปสู่ด่านชายแดนโสเนาลี เชื่อมต่อเขตเนปาล เรียกว่าสวนป่าสาละพุทธชยันตี รัฐบาลปลูกเป็นที่ระลึกคราวที่พระพุทธศาสนาครบรอบ ๒๕๐๐ ปีและพบมากในเขตเชิงเขาหิมาลัยของเนปาล


            :) :)  ต้นสาละใหญ่ (ต้นสาละอินเดีย)  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Shorea robusta Roxb.” อยู่ในวงศ์ Dipterocarpaceae ในภาษาบาลีเรียกว่า “ต้นมหาสาละ” มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียทางเหนือ ซึ่งปัจจุบันคือประเทศเนปาล มักขึ้นเป็นกลุ่มๆ ตามบริเวณที่ค่อนข้างจะชุ่มชื้น ชาวอินเดียเรียกกันโดยทั่วไปว่า “ซาล” (Sal, Sal of India) เป็นไม้พันธุ์ที่อยู่ในตระกูลยางมีมากในแถบแคว้นเบงกอล อัสสัม ลุ่มน้ำยมุนา เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงราว 10-25 เมตร และสามารถสูงได้ถึง 35 เมตร ไม่ผลัดใบ



             :) :) เป็นไม้ที่มีความสง่างาม ด้วยว่ามีลำต้นตรง เปลือกสีน้ำตาลอมดำ แตกเป็นร่องสะเก็ดทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่มหนาทึบ ใบดกหนา รูปไข่ ปลายใบหยักเป็นติ่งแหลมสั้น ผิวใบเป็นมันเกลี้ยง กิ่งอ่อนเกลี้ยง ปลายกิ่งห้อยลู่ลง ดอกจะออกในช่วงต้นฤดูร้อน มีสีเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อสั้นตามปลายกิ่งและง่ามใบ กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ผลแข็ง มีปีก 5 ปีก ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง

              :) :) สาละใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีประโยชน์มาก ชาวอินเดียมักนำมาสร้างบ้านเรือน ต่อเรือ ทำเกวียน ทำไม้หมอนรถไฟ ทำสะพาน รวมถึงทำเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น ส่วนเมล็ดนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ และน้ำมันที่ได้จากเมล็ดนำมาทำอาหาร เช่น ทำเนย และใช้เป็นน้ำมันตะเกียง รวมทั้งใช้ทำสบู่ด้วย


               :) :) นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณด้านพืชสมุนไพรด้วย คือ ยางใช้เป็นยาสมานแผล ยาห้ามเลือด ใช้แก้โรคผิวหนัง ตุ่มพุพอง โรคซิฟิลิส โกโนเรีย วัณโรค โรคท้องร่วง บิด โรคหูอักเสบ เป็นต้น, ผลใช้แก้โรค
ท้องเสียท้องร่วง เป็นต้น



  :) :) ในประเทศไทย หลวงบุเรศรบำรุงการ ได้นำเอาต้นสาละใหญ่  หรือต้นซาลมาถวายสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมฺมธโร) วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยปลูกไว้ที่หน้าพระ
อุโบสถ ๒ ต้น กับได้น้อมเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๑๐ อีก ๒ ต้น ในจำนวนนี้ได้ทรงปลูกไว้ในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ๑ ต้น กับทรงมอบให้วิทยาลัยเผยแพร่พระพุทธศาสนา ต.กระทิงลาย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อีก ๑ ต้น

    :) :) อาจารย์เคี้ยน เอียดแก้ว และอาจารย์เฉลิม มหิทธิกุล ก็ได้นำต้นสาละใหญ่มาปลูกไว้ในบริเวณคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร และที่ค่ายพักนิสิตวนศาสตร์ สวนสักแม่หวด
อ.งาว จ.ลำปาง

   :) :) พุทธทาสภิกขุ ก็ได้นำมาปลูกไว้ที่สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี และนายสวัสดิ์ นิชรัตน์ ผู้อำนวยการกองบำรุง ก็ได้นำมาปลูกไว้ในสวนพฤกษศาตร์พุแค จ.สระบุรี ซึ่งต่างก็มีความเจริญงอกงามดี
และคาดว่าคงจะให้ผลเพื่อขยายพันธุ์ไปตามสถานที่ต่างๆ ได้เพิ่มขึ้นในเวลาอันควร   
 

     :) :) (สาละอินเดีย จะหาดูได้ที่หลังเจดีย์องค์ใหญ่วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน, วัดเบญจมบพิตร  และที่จิตตภาวัน วิทยาลัย จังหวัดชลบุรี  เป็นต้น) 


สาละอินเดืย,มหาสาละ,สาละใหญ่,ต้นไม้ใหญ่,อินเดีย
แหล่งข้อมูล:http://oknation.nationtv.tv

23
 

8) 8) ลักษณะทางพฤษศาสตร์ 8) 8)
ลูกปืนใหญ่เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ เรือนยอดทรงกลมหรือรูปไข่ หนาทึบ เปลือกสีน้ำตาลแกมเทา แตกเป็นร่องและสะเก็ด ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ เป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง รูปขอบขนานถึงรูปใบหอกแกมรูปไข่ กว้าง 5-8 เซนติเมตร ยาว12-25 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบหรือมน ขอบใบจักตื้น ใบหนา ดอกสีชมพูอมเหลืองหรือแดง ด้านในสีม่วงอ่อนอมชมพู มีกลิ่นหอมมาก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะขนาดใหญ่ตามลำต้น ช่อดอกยาว 30-150 เซนติเมตร ปลายช่อโน้มลง กลีบดอกหนา 4-6 กลีบ กลางดอกนูน สีขนสั้นสีเหลืองคล้ายแปรง เกสรเพศผู้เป็นเส้นยาวสีชมพูแกมเหลืองจำนวนมาก ทยอยบานจากโคนไปหาปลายช่อ นานเป็นเดือน ดอกบานเต็มที่กว้าง 5-10 เซนติเมตร ผลแห้ง ทรงกลมใหญ่ ขนาด 10-20 เซนติเมตร เปลือกแข็ง สีน้ำตาลปนแดง ผลสุกมีกลิ่นเหม็นมีเมล็ดจำนวนมาก รูปไข่



 8) 8) ประวัติ  8) 8)
ลูกปืนใหญ่ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอเมริกาใต้ในประเทศเปรู, โคลัมเบีย, บราซิล และประเทศใกล้เคียง ในปี พ.ศ. 2424 สวนพฤกษศาสตร์ศรีลังกาได้นำเข้าลูกปืนใหญ่จากตรินิแดดและโตเบโก ต่อมาได้ขยายพันธุ์ไปทั่วศรีลังกา แต่ชาวศรีลังกากลับเรียกต้นลูกปืนใหญ่นี้ว่า ซาล (Sal) โดยไม่ปรากฏเหตุผลและไม่ทราบความเป็นมาของลูกปืนใหญ่  ส่วนมากอ้างว่านำมาจากอินเดีย และที่เรียกเพราะซาลเพราะเชื่อว่าก้านชูอับเรณูที่เชื่อมกันเป็นรูปผืนผ้าตัวงอเป็นตัว U นอน ปุ่มตรงกลางเปรียบเสมือนพระแท่นที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน มีเกสรสีเหลืองรายล้อมเปรียบเสมือนพระสงฆ์สาวกห้อมล้อมอยู่ ส่วนด้านบนเป็นที่บังแดดและน้ำค้างประดับด้วยดอกไม้ เนื่องจากมีดอกตลอดปีประกอบกับกลิ่นหอมที่ทนนาน ชาวศรีลังกาจึงนิยมใช้บูชาพระเช่นดอกไม้อื่นๆ



ลูกปืนใหญ่มิใช่พืชพื้นเมืองของศรีลังกาและอินเดีย และต่างจากสาละอย่างสิ้นเชิงทั้งถิ่นกำเนิดและพฤกษศาสตร์ จึงได้มีการจำแนกชื่อที่พ้องกันเพื่อเรียกให้ถูกต้องว่าสาละ (Sal Tree) หรือสาละอินเดีย (Sal of India) และลูกปืนใหญ่ (Cannonball Tree)

อนึ่ง ลูกปืนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติแต่อย่างใด เนื่องจากลูกปืนใหญ่มีดอกและผลตลอดปี ออกเป็นงวงยาวตามลำต้นตั้งแต่โคนขึ้นไป ซึ่งผลของลูกปืนใหญ่มีเปลือกแข็งขนาดส้มโอย่อม ๆ ซึ่งไม่เหมาะแก่การนั่งพักหรือทำกิจได้ หากตกใส่ก็อาจทำให้บาดเจ็บได้





พืช,ต้นไม้,ลูกปืนใหญ่,สาละลังกา,ดอกไม้
แหล่งข้อมูล:https://th.wikipedia.org

24


"การเอาชนะใจตน"

ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใดๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่วว่าเสื่อม เราต้องฝืนต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้นๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ
พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่าน ในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ 12 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 12 ธันวาคม 2513


แหล่งข้อมูล: http://www.v4king.in.th

25


"ความซื่อสัตย์"

ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐานของความดีทุกอย่าง เด็กๆ จึงต้องฝึกฝนอบรมให้เกิดมีขึ้นในตนเอง เพื่อจักได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีมีประโยชน์ และมีชีวิตที่สะอาด ที่เจริญมั่นคง
พระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก ปี พุทธศักราช 2531



แหล่งข้อมูล: http://www.v4king.in.th

26


"หนังสือเป็นออมสิน"

หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้ายๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้ มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ ในโอกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท วันที่ 25 พฤศจิกายน 2514


แหล่งข้อมูล: http://www.v4king.in.th

27


"พูดจริง ทำจริง"

ผู้หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540


แหล่งข้อมูล: http://www.v4king.in.th

28


"อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ"

ในวงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 มิถุนายน 2496


แหล่งข้อมูล: http://www.v4king.in.th

29


"คนเราจะต้องรับและจะต้องให้"

คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521


แหล่งข้อมูล: http://www.v4king.in.th

30


"ความรู้ตน"

เด็กๆ ทำอะไรต้องหัดให้รู้ตัว การรู้ตัวอยู่เสมอจะทำให้เป็นคนมีระเบียบและคนที่มีระเบียบดีแล้ว จะสามารถเล่าเรียนและทำการงานต่างๆ ได้โดยถูกต้องรวดเร็ว จะเป็นคนที่จะสร้างความสำเร็จและความเจริญ ให้แก่ตนเองและส่วนรวมในอนาคตได้อย่างแน่นอน
พระบรมราโชวาท พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือ วันเด็ก ประจำปี 2521


แหล่งข้อมูล:http://www.v4king.in.th

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 11