แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - administrator

หน้า: [1] 2 3 ... 95
1

เศรษฐีคนหนึ่งได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งไว้ เพื่อสร้างเป็นที่พักตากอากาศที่ลานหลังบ้าน มีต้นลิ้นจี่อายุกว่าร้อยปี จำนวนหลายต้น

แรกเริ่มที่เขาซื้อที่ดินผืนนี้ไว้ เกิดจากที่เขาถูกใจต้นลิ้นจี่เหล่านี้เนื่องจากภรรยาของเขา ชอบกินลิ้นจี่
ในช่วงที่ตกแต่งซ่อมแซมนั้น เพื่อนของเขาได้แนะนำให้หาอาจารย์ฮวงจุ้ยมาดู เพื่อที่จะได้สร้างไห้ถูกหลัก

เดิมทีเศรษฐีก็ไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้มากนัก แต่ครั้งนี้กลับเห็นด้วยจึงเจาะจงเดินทางไปถึงฮ่องกง เพื่อเชิญอาจารย์ฮวงจุ้ยท่านหนึ่ง

อาจารย์แซ่เต๋อ ทำอาชีพนี้มามากกว่าสามสิบปีในวงการนี้จัดว่ามีชื่อเสียงมาก
เขารับอาจารย์เต๋อที่สถานีรถไฟ หลังร่วมรับประทานอาหารกลางวันแล้ว ท่านเศรษฐีก็ขับรถ พาอาจารย์มายังบ้านของตน

ระหว่างทาง ถ้าหากมีรถพยามจะแซง  ท่านก็จะหลีกทางให้เสมอ อาจารย์เต๋อหัวเราะแล้วพูดว่า คุณขับรถได้มั่นคงนุ่มนวลดี

อาจารย์จากฮ่องกงได้สังเกตดูทุกอย่าง เศรษฐีหัวเราะแล้วพูดว่า ผู้ที่ต้องการจะแซงรถ ย่อมมีธุระเร่งด่วน ไม่ควรทำให้เขาเสียเวลา

เมื่อรถเข้าสู่ตัวเมือง ถนนก็เริ่มแคบลง เศรษฐีก็ลดความเร็วลง มีเด็กคนหนึ่งหัวเราะร่าวิ่งออกมาจากซอย เศรษฐีก็สามารถเหยียบเบรกรถได้ทัน เด็กๆ หัวเราะคิกๆ วิ่งผ่านหน้ารถไป แต่เขาก็ยังไม่เหยียบคันเร่งเพื่อออกรถ 

เขาได้มองไปที่ปากซอย เหมือนกำลังรออะไรสักอย่างหนึ่ง สักครู่ ก็มีเด็กอีกคนหนึ่งวิ่งออกมา วิ่งไล่ตามเด็กคนที่วิ่งไปก่อนหน้านั้น

อาจารย์เต๋อถามด้วยความแปลกใจว่า คุณรู้ได้อย่างไรว่าข้างหลัง ยังมีเด็กอีกคน
เศรษฐียักไหล่ เด็กๆ ล้วนแต่เล่นไล่ๆ ตีๆ กัน ถ้ามีคนเดียวจะไม่หัวเราะเริงร่าเช่นนี้หรอก
อาจารย์เต๋อยกหัวแม่โป้งขึ้น  หัวเราะพูดว่า คุณช่างมีน้ำจิตน้ำใจจริงๆ

มาถึงบ้านพัก ลงจากรถ หยิบกุญแจเตรียมจะเปิดเข้าบ้าน ทันใดนั้นที่ลานหลังบ้าน พลันมีนกบินขึ้นมา 7-8 ตัว เมื่อเห็นดังนั้น เศรษฐีหยุดอยู่หน้าประตู กล่าวขอโทษกับอาจารย์เต๋อว่า รบกวนให้ท่านรอสักครู่หนึ่ง
มีเรื่องอะไรหรือ อาจารย์เต๋อรู้สึกแปลกใจอีกครั้ง

ที่ลานหลังบ้านต้องมีเด็ก มาขโมยเด็ดลิ้นจี่ของเราแน่นอน ถ้าเราเข้าไปขณะนี้เด็กๆ ก็จะตกใจ อาจตกลงมา ก็จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ปล่อยให้พวกเขาเด็ดไปสักครู่หนึ่งก่อน พวกเรายืนดูอยู่ข้างนอกนี้แหละ
  เศรษฐีกล่าวยิ้มๆ
  อาจารย์เต๋อนิ่งเงียบไปสักครู่ และกล่าวว่า คุณส่งผมกลับไปสถานีรถไฟเถอะ บ้านหลังนี้ไม่มีความจำเป็นต้องดูฮวงจุ้ยแล้ว
  แต่ครั้งนี้เศรษฐีเป็นผู้แปลกใจ  ถามว่าท่านอาจารย์ทำไมพูดเช่นนี้
  ใช่แล้วท่าน สถานที่ที่มีท่านอยู่ ล้วนเป็นสถานที่มีฮวงจุ้ยดีเลิศ

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง
  แท้จริงแล้วความประพฤติของคน ก็คือฮวงจุ้ย และคือโชคชะตา
  บุคคลที่ไม่มีคุณธรรม  มีแต่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ถึงแม้จะพากเพียรพยามวิ่งเต้นไป ก็อาจจะเป็นเพียงความเหนื่อยเปล่าเท่านั้น
  ตัวคุณเองคือต้นกำเนิดของสิ่งทุกสิ่ง
  ความดีงามของคุณ ก็คือใบเซียมซีที่ดีเลิศชั่วนิรันดร์

  หลักคิดที่เป็นคุณธรรมนำใจ แม้ผมเองจะทำได้ไม่ดีเท่า แต่ก็คิดเสมอว่าสิ่งนี้ล่ะ ที่เป็นเกราะกำบังให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย และประสบความสำเร็จในชีวิต และทุกสิ่งรอบตัว

ฝากไว้กับเพื่อนกัลยานมิตรทุกท่านครับ.

2





Design Thinking

คืออะไร มีติดตามดูกันนะครับ เพราะมีการพูดถึงกันเยอะพอสมควรในหลายปีมานี้ และหลายๆ มหาวิทยาลัยในประเทศไทย เริ่มนำมาปรับเข้าในหลักสูตรการศึกษาของมหาวิทยาลัยกันบ้างแล้ว

Design Thinking คือ การคิดในเชิงของการออกแบบ    คนส่วนมาก เมื่อได้ยินคำนี้ มักจะคิดว่า เป็นการคิดออกแบบ หรือเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่าง  แต่ความจริงแล้วนั้นไม่ใช่การออกแบบอย่างที่หลายๆคนอาจจะเข้าใจกันผิด  แต่เป็นการนำกระบวนการคิดโดยให้ความสำคัญต่อบุคคล ความต้องการของบุคคล  และการนำเครื่องมือต่างๆมาใช้อย่างเหมาะสม เพื่อใช้ในการแก้ปัญหา และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แนวคิใหม่ๆ แนวทางการแก้ไขปัญหาใหม่ๆ ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม สามารถนำหลักการของ Design Thinking มาใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อพัฒนาในเชิงธุรกิจ หรือ การให้บริการก็ได้เช่นกัน

หลักการของ Design Thinking
ตามหลักแนวคิดของ Stanford Design School (Institute of Design at Stanford แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้

1.Empathize คือการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย  สำรวจ เข้าถึง ความต้องการของเป้าหมาย เนื่องจากการแก้ไขปัญหา หรือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมา เราจำเป็นจะต้องระบุกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้น ก่อนที่จะแก้ไขปัญหาหรือสร้างสรรค์สิ่งใด เราจะต้องเข้าใจถึงกลุ่มเป้าหมายให้ดีก่อน ซึ่งอาจทำได้โดย การสัมภาษณ์ การสังเกต หรือ การจำลองสถานการณ์ เพื่อเก็บข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมาย โดยขั้นตอนนี้ ต้องเป็นการสัมผัสจริง ไม่ใช่ทึกทักเอาเอง หรืออนุมานเอาจากความคิดของเราเอง

2.Define คือการกำหนดว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น จากการที่เราทำการศึกษาจากกลุ่มเป้าหมายคืออะไร หากเรากำหนดได้อย่างชัดเจนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร  จะทำให้เราทำงานในขั้นตอนต่อไปได้ง่ายขึ้น โดยการกำหนดปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เป็นกระบวนการที่ลึกซึ้ง และยากพอสมควร เพราะการตีความ ความอยาก หรือ Needs ของมนุษย์ หรือเป้าหมาย ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินที่จะเข้าถึง บางครั้ง การตีความหมาย ความต้องการของเป้าหมายอาจจะพลาดได้เหมือนกัน ซึ่งจำเป็นต้องเริ่มต้นกระบวนการที่ 1 อีกครั้ง

3.Ideate  เป็นคำรวมมาจาก  Idea กับ Create คือ การสร้างความคิดต่างๆ โดยมุ่งเน้นไปในแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้มาก และหลากหลายที่สุด ซึ่งความมคิดที่สร้างคืนจะต้องสอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เรากำหนด ขึ้นในขั้นตอน Define ซึ่งในขั้นตอนนี้ หากร่วมกันสร้างความคิด แนะนำว่าอย่าเพิ่งวิจารณ์ความคิดของของอื่น เพราะจะทำให้เกิดการปิดกั้นความคิดต่างๆที่อาจจะเป็นประโยชน์ซึ่งอาจนำมาพัฒนาได้ในภายหลัง

4.Prototype คือการทำแบบจำลอง เนื่องจากความคิด ในขั้นที่ Ideate อาจจะไม่สามารถ ทำให้ผู้อื่นเห็นภาพตามที่เราคิดขึ้นมาได้ เราจึงต้องสร้างแบบจำลองขึ้นมาเพื่อให้สามารถ สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ความคิดเราต้องการนำเสนอ โดยการสร้างแบบจำลองนั้นไม่จำเป็นต้องสร้างขึ้นเป็นวัตถุก็ได้ แต่อาจจะจำลอง สถานการณ์ หรือการบริการ ให้เกิดประสบการณ์ ได้เสมือนจริง (Experience) ในกระบวนการนี้ สามารถสร้างแบบจำลองเบื้องต้นแบบง่ายๆ  ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนราคาแพง ขอแค่ให้เป้าหมายเข้าใจได้ง่าย เพราะหากทำต้นแบบออกมาแล้ว ไม่ถูกใจ หรือใช้ไม่ได้ อาจจะต้องสูญเสียต้นทุนไปเกินความจำเป็น

5.Test คือการทดสอบ โดยการนำแบบจำลองที่สร้างขึ้น นำไปทดสอบกับผู้ใช้หรือกลุ่มเป้าหมาย เพื่อรับ Feedback มา และนำมาใช้ในการพัฒนาปรับปรุง  และในข้อนี้  Feedback ของเป้าหมายคือสิ่งสำคัญที่สุด  อย่าคาดหวังแค่คำชม อย่างเดียว เพราะต้องคำนึงถึงเสมอว่า ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบในครั้งเดียว

อย่างไรก็ตาม 5 ขั้นตอน สามารถสรุปย่อได้อีก เป็น 3 ขั้นตอนดังนี้

1.Understand (ขั้นของการทำ Empathize และ Define) เนื่องจากเราจำเป็นต้องเข้าใจ รับรู้ปัญหา สถานการณ์ต่างๆ ของกลุ่มเป้าหมายของเรา เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ และตีความ และนำมาใช้ในการคิดแก้ปัญหาต่อไป

2.Create (Ideate) คือการสร้างไอเดีย เพื่อมุ่งแก้ปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย ที่เราได้รับรู้มา

3.Deliver (ขั้นของการทำ Prototype และ Test) เพื่อสร้างต้นแบบของการแก้ไขปัญหา และปรับปรุง เพื่อนำไปสู่การเกิดนวัตกรรม นำไปใช้ได้จริง


ความคิดเห็นเพิ่มเติม

"การยอมรับไอเดียของผู้อื่น ไม่ทำความไอเดียผู้อื่น หรือของตนเอง นั่นคือหลักการของ Design Thinking ต้องคิดเสมอว่า ไอเดียของใคร หรือของเรามันอาจจะดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่ทุกคนต้องคิดว่า มันเยี่ยม และช่วยกันคิดต่อยอดความคิดนั้นให้มันเป็นไปให้ได้"

ขั้นตอนต่างๆ ในคลิปวีดีโอต่อไปนี้ สาระดีมากครับ (แนะนำว่าควรดูอย่างยิ่งครับ)

Intro


Empathize


Define


Ideate


Prototype


Test


ดูหมดนี้ ก็เหมือนกับการเข้ารับการอบรมเลยครับ

3



การกำหนดพันธกิจ และวิสัยทัศน์
พันธกิจ คืออะไร
วิสัยทัศน์ คืออะไร

วิสัยทัศน์ (Vision) เป็นสิ่งที่มุ่งหวังจะให้มีหรือเกิดขึ้นในอนาคต โดยผู้ที่มีหน้าที่กำหนดวิสัยทัศน์ คือผู้บริหารขององค์กรนั้นๆ หรือ อย่างน้อย ต้องมีการระดมความคิด โดยให้ทุกคนในหน่วยงานมีส่วนร่วม เพื่อหาวิสัยทัศน์ขององค์กร  โดยมุ่งตอบคำถาม เราต้องการเป็นอะไร 

วิสัยทัศน์หมายถึง  เป้าหมายที่มีลักษณะกว้างๆ   เป็นความต้องการในอนาคต เป็นทิศทางของภารกิจ  เป็นความมุ่งหมายที่ผู้บริหารหรือคนในองค์กร ต้องการให้เป็นไป ในนอนาคต ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

และวิสัยทัศน์ที่ดี ควรจะมีลักษณะดังนี้

1.ชัดเจน ปฏิบัติให้เป็นจริงได้
2.เป็นไปในเชิงบวก (ถ้าเป็นเชิงลบ คงไม่กระตุ้นให้เกิดการอยากให้เป็นไป)
3.ท้าทายความสามารถ
4.สอดคล้องกับแนวโน้มความจะเป็นไปในอนาคต ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า หรือผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ดูตามคลิปวีดีโอ ก็แล้วกันครับ อาจารย์ผู้สอนให้ความกระจ่างได้แน่นอน ดูแล้วไม่สนุกเท่าไร แต่ให้ความรู้แน่นอนครับ

4



การวิเคราะห์ SWOT และ TOWS Matrix คืออะไร ทำอย่างไร
ติดตามชมวิดีโอ  ตัวอย่างการวิเคราะห์  TOWS Matrix

การวิเคราะห์ SWOT ส่วนมากจะรู้จักกันพอสมควร ครั้นจะถามว่า มีใครไม่รู้จัก SWOT บ้าง คงเป็นเรื่องที่แปลกพอสมควร เนื่องจากมีการใช้กันมานานพอสมควร

เวลาที่เราวิเคราะห์ SWOT เราจะพิจารณาถึงจุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) โอกาส (Opportunity) และภัยคุกคาม (Threat) ที่เกิดขึ้น เป็นการประเมินสถานการณ์ภายในองค์กรและภายนอกองค์กรให้รู้สถานการณ์ที่แท้ก่อนทำดำเนินกิจกรรมเป้าหมายขององค์กร

แต่ TOWS Matrix คือการนำเอาผลที่ได้จากการวิเคราะห์ SWOT มาใช้ต่อ เพื่อวิเคราะห์หากลยุทธ์
ในวีดีโอนี้ เป็นการวิเคราะห์ โดยยกตัวอย่าง แบรนด์ดัง Pepsi
นำมาปรับประยุกต์เอานะครับ ได้ความรู้ และให้เนวคิดที่แตกต่างได้ดีทีเดียว

TOWS Matrix นั้น เป็นเครื่องมือบริหารที่มีสมมติฐานว่าสิ่งที่ตรงข้ามกันกลับเป็นสิ่งเดียวกัน  แข็งและอ่อนกลับเป็นเรื่องเดียวกัน หรือคิดแบบกลับด้าน แทนที่จะคิดว่ามันแข็งอย่างเดียว มันมีอ่อนซ่อนอยู่  หรืออ่อน มันก็มีแข็งซ่อนอยู่ โอกาสและภัยคุกคามก็เช่นกัน ติดตามดูจากคลิปวีดีโอ ก็แล้วกันครับ ว่าจะเป็นอย่างไร

ปล. ผมไม่ได้เป็นคนคลิปนะครับ แค่รวบรวมมาไว้ให้เท่านั้น

5




"แบรนด์" คืออะไร?
มีแบรนด์แล้วจะช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไร?
สร้างแบรนด์ สร้างยังไง?

ใน EP.2 นี้ ลุงสมาน ตาลเหือด แห่งแบรนด์ "Holy Vision" แห่งจะมาอธิบาย
ง่ายๆ สั้นๆ มันส์ๆ แต่ได้ใจความ

SUBSCRIBE ►https://goo.gl/f4wXyR
*เครคิตเนื้อหา: บริษัท บารามีซี่ จำกัด http://www.baramizi.co.th/

เปลี่ยนเร็ว รวยเร็ว

วันนี้คุณ “เปลี่ยน” แล้วรึยัง?

“เปลี่ยนแล้วรวย” โครงการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs จาก ศูนย์สร้างสรรคืงานออกแบบ TCDC

ดูรายละเอียดโครงการได้ที่

http://changesmes.tcdc.or.th/

facebook.com/changesmes/


ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ Thailand Creative & Design Center (TCDC)

http://www.tcdc.or.th/

ชอบเรื่องราวคลิปนี้มากครับทั้งเนื้อหาสาระ สอดมุขตลก และแฝงไปด้วยความรู้ล้วนๆ ดูคลิปนี้แล้วเข้าใจแบบกระจ่างเลยของการจะคิดสร้างธุรกิจหรือแบรนด์ตัวเอง....นับว่าเป็นประโยชน์มากครับ

ขอชื่นชม องค์กรที่ช่วยคิดเรื่องนี้ขึ้นมาครับ

6




ลุงสมานจะมาเผยเคล็ดลับธุรกิจ Holy Vision ว่าทำไมเขาถึงมีไอเดียก้าวล้ำนำกระแส
และล่วงรู้ความต้องการของลูกค้าก่อนคนอื่นได้

เปลี่ยนเร็ว รวยเร็ว

วันนี้คุณ “เปลี่ยน” แล้วรึยัง?

“เปลี่ยนแล้วรวย” โครงการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs จาก ศูนย์สร้างสรรคืงานออกแบบ TCDC

ดูรายละเอียดโครงการได้ที่

http://changesmes.tcdc.or.th/

facebook.com/changesmes/

ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ Thailand Creative & Design Center (TCDC)

http://www.tcdc.or.th/

สุดยอดของคลิปวีดีโอ สร้างกำลังใจ และแนวคิดสำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน

7




เปลี่ยนแล้วรวย!
เปลี่ยนอะไร?
เปลี่ยนอย่างไร?
ติดตามได้ที่

http://changesmes.tcdc.or.th/
http://www.facebook.com/changesmes

เป็นไอเดีย แนวคิดการทำธุรกิจที่ดี สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง และกำลังหาแนวทางการเลียนแปลง ดูเอานะครับ เพราะ วีดีโอ เขาสรุดยอดแนวคิดไว้ดีมาก ทำให้เกิดไอเดียใหมๆ ได้ดีทีเดียว

TCDC ก่อตั้งขึ้นเพื่อผนวกความเก่งฉกาจของสังคมและวัฒนธรรมไทยเข้ากับความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่

TCDC
จึงไม่ใช่โรงเรียนหรือสถาบันวิจัย แต่มุ่งเน้นการเป็น “มหรสพทางปัญญา” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและ
จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยผ่านกระบวนการให้ความรู้แบบสากล ตั้งแต่การจัดนิทรรศการ
การบรรยาย สัมมนาเชิงปฏิบัติการ ไปจนถึงการเป็นแหล่งค้นคว้าที่ให้ทั้งความรู้และความบันเทิงเพื่อสร้างเสริม
ประสบการณ์ที่หลากหลายมิติ อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญของกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ

8
มีแม่ไก่สาว  25  ตัว
ไก่ตัวผู้แก่ๆ  1. ตัว
เจ้าของฟาร์มจึงตัดสินใจซื้อไก่หนุ่มเพิ่มอีก 1 ตัว
เมื่อได้มาแล้วจึงนำไปปล่อยในเล้า
ไก่แก่  >  ยินดีต้อนรับ พ่อหนุ่ม ต่อไปเราจะทำงานร่วมกันนะ
ไก่หนุ่ม >  เฮ้ย ลุงแก่แล้ว  พักเถอะ ทั้งเล้าเนี่ย ผมตัวเดียวก็พอ
ไก่แก่ >  งั้นแบ่งข้าซักตัวเถอะ
ไก่หนุ่ม >  ไม่ได้หรอกลุง แบ่งไม่ได้
ไก่แก่  >  เอางี้พ่อหนุ่ม เรามาวิ่งแข่งกัน 50 เมตร. เอ็งต่อให้ข้า 10
                เมตร ถ้าเอ็งชนะ เอาไก่สาวๆไปหมดเลย
                แต่ถ้าเอ็งแพ้ เอ็งต้องแบ่งให้ข้า 1  ตัว ตกลงไหม?

ไก่หนุ่ม  > ตกลงก็ได้ลุง ว่าแต่ต่อ 10 เมตร มันน้อยไปรึเปล่าลุง 555

เมื่อเริ่มแข่งขัน ในขณะที่ไก่หนุ่มกำลังวิ่งไล่กวดไก่แก่แบบกนะชั้นชิด
จวนที่จะถึงตัวไก่แก่อยู่แล้ว

" ปัง!  " สิ้นเสียงปืน พร้อมลมหายใจสุดท้ายของไก่หนุ่ม
เจ้าของฟาร์มลดปืนลง พร้อมบ่นแบบหัวเสีย "  เป็นห่าอะไรกับชีวิตกูเนี่ย ซื้อไก่หนุ่มๆมากี่ตัว ทุกตัวแม่งงเป็น " เกย์หมด "  มาถึงก็ไล่ปี้ตัวผู้อย่างเดียวเลย. ไก่สาวๆมีเป็นสิบๆตัว ดันไม่สน

ไก่แก่ > เสร็จกู ไอ้พวกไก่อ่อน
นิทานเรื่อนี้สอนให้รู้ว่า
อย่าดูถูกผู้อาวุโสที่มากด้วยประสบการณ์
จงเรียนรู้จากท่าน
เก็บเกี่ยวความรู้ให้มาก

 
 
                            🤔👍🏾🌹🤔👍🏾🌹🤔👍🏾🌹

9


 :) รับทุนเรียนตลอดหลักสูตร ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม
 :) มีงาน มีเงิน มีรายได้ ระหว่างเรียน
 :) ไม่ต้องกู้ กยศ. ไม่เป็นภาระครอบครัว
 :) เรียนจบหลักสูตร มีงานรองรับ + ค่าประสบการณ์

เน้นเรียนภาคปฏิบัติ แบบทวิภาคี แต่ไม่ทิ้งภาคทฤษฎี
วุฒิการศึกษา ได้รับการรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ


สนใจข้อมูล เพิ่มเติม โทร 091-004-8076, 033-099-925

10

เศรษฐีคนหนึ่ง
  ได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งไว้ เพื่อสร้างเป็นที่พักตากอากาศ
  ที่ลานหลังบ้าน มีต้นลิ้นจี่อายุกว่าร้อยปี จำนวนหลายต้น
  แรกเริ่มที่เขาซื้อที่ดินผืนนี้ไว้ เกิดจากที่เขาถูกใจต้นลิ้นจี่เหล่านี้
เนื่องจากภรรยาของเขา ชอบกินลิ้นจี่
  ในช่วงที่ตกแต่งซ่อมแซมนั้น เพื่อนของเขาได้แนะนำให้หาอาจารย์ฮวงจุ้ยมาดู เพื่อที่จะได้สร้างไห้ถูกหลัก
  เดิมทีเศรษฐีก็ไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้มากนัก แต่ครั้งนี้กลับเห็นด้วย
  จึงเจาะจงเดินทางไปถึงฮ่องกง เพื่อเชิญอาจารย์ฮวงจุ้ยท่านหนึ่ง

  อาจารย์แซ่เต๋อ ทำอาชีพนี้มามากกว่าสามสิบปี
ในวงการนี้จัดว่ามีชื่อเสียงมาก
  รับอาจารย์เต๋อที่สถานีรถไฟ หลังร่วมรับประทานอาหารกลางวันแล้ว ท่านเศรษฐีก็ขับรถ พาอาจารย์มายังบ้านของตน
  ระหว่างทาง ถ้าหากมีรถพยามจะแซง  ท่านก็จะหลีกทางให้เสมอ อาจารย์เต๋อหัวเราะแล้วพูดว่า คุณขับรถได้มั่นคงนุ่มนวลดี
  อาจารย์จากฮ่องกงได้สังเกตดูทุกอย่าง เศรษฐีหัวเราะแล้วพูดว่า ผู้ที่ต้องการจะแซงรถ ย่อมมีธุระเร่งด่วน ไม่ควรทำให้เขาเสียเวลา
  เมื่อรถเข้าสู่ตัวเมือง ถนนก็เริ่มแคบลง เศรษฐีก็ลดความเร็วลง มีเด็กคนหนึ่งหัวเราะร่าวิ่งออกมาจากซอย เศรษฐีก็สามารถเหยียบเบรกรถได้ทัน เด็กๆ หัวเราะคิกๆ วิ่งผ่านหน้ารถไป แต่เขาก็ยังไม่เหยียบคันเร่งเพื่อออกรถ 
  เขาได้มองไปที่ปากซอย เหมือนกำลังรออะไรสักอย่างหนึ่ง สักครู่ ก็มีเด็กอีกคนหนึ่งวิ่งออกมา วิ่งไล่ตามเด็กคนที่วิ่งไปก่อนหน้านั้น
  อาจารย์เต๋อถามด้วยความแปลกใจว่า คุณรู้ได้อย่างไรว่าข้างหลัง ยังมีเด็กอีกคน
  เศรษฐียักไหล่ เด็กๆ ล้วนแต่เล่นไล่ๆ ตีๆ กัน ถ้ามีคนเดียวจะไม่หัวเราะเริงร่าเช่นนี้หรอก
  อาจารย์เต๋อยกหัวแม่โป้งขึ้น  หัวเราะพูดว่า คุณช่างมีน้ำจิตน้ำใจจริงๆ

  มาถึงบ้านพัก ลงจากรถ หยิบกุญแจเตรียมจะเปิดเข้าบ้าน ทันใดนั้นที่ลานหลังบ้าน พลันมีนกบินขึ้นมา 7-8 ตัว เมื่อเห็นดังนั้น เศรษฐีหยุดอยู่หน้าประตู กล่าวขอโทษกับอาจารย์เต๋อว่า รบกวนให้ท่านรอสักครู่หนึ่ง
  มีเรื่องอะไรหรือ อาจารย์เต๋อรู้สึกแปลกใจอีกครั้ง
  ที่ลานหลังบ้านต้องมีเด็ก มาขโมยเด็ดลิ้นจี่ของเราแน่นอน ถ้าเราเข้าไปขณะนี้เด็กๆ ก็จะตกใจ อาจตกลงมา ก็จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ปล่อยให้พวกเขาเด็ดไปสักครู่หนึ่งก่อน พวกเรายืนดูอยู่ข้างนอกนี้แหละ
  เศรษฐีกล่าวยิ้มๆ
  อาจารย์เต๋อนิ่งเงียบไปสักครู่ และกล่าวว่า คุณส่งผมกลับไปสถานีรถไฟเถอะ บ้านหลังนี้ไม่มีความจำเป็นต้องดูฮวงจุ้ยแล้ว
  แต่ครั้งนี้เศรษฐีเป็นผู้แปลกใจ  ถามว่าท่านอาจารย์ทำไมพูดเช่นนี้
  ใช่แล้วท่าน สถานที่ที่มีท่านอยู่ ล้วนเป็นสถานที่มีฮวงจุ้ยดีเลิศ

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง
  แท้จริงแล้วความประพฤติของคน ก็คือฮวงจุ้ย และคือโชคชะตา
  บุคคลที่ไม่มีคุณธรรม  มีแต่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ถึงแม้จะพากเพียรพยามวิ่งเต้นไป ก็อาจจะเป็นเพียงความเหนื่อยเปล่าเท่านั้น
  ตัวคุณเองคือต้นกำเนิดของสิ่งทุกสิ่ง
  ความดีงามของคุณ ก็คือใบเซียมซีที่ดีเลิศชั่วนิรันดร์

  หลักคิดที่เป็นคุณธรรมนำใจ แม้ผมเองจะทำได้ไม่ดีเท่า แต่ก็คิดเสมอว่าสิ่งนี้ล่ะ ที่เป็นเกราะกำบังให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย และประสบความสำเร็จในชีวิต และทุกสิ่งรอบตัว

ฝากไว้กับเพื่อนกัลยานมิตรทุกท่านครับ.

11


ระดับความรุนแรงของพายุทอร์นาโด

ระดับ F0 (40-72 mph) : ความเสียหายน้อย (light damage) เช่น กิ่งไม้หัก ต้นไม้รากตื้นๆ โค่นล้ม ป้ายต่างๆ เสียหาย

ระดับ F1 (73-112 mph) : ความเสียหายพอประมาณ (moderate damage) เช่น หลังคาบ้านเริ่มหลุด รถถูกพัดออกข้างทาง

ระดับ F2 (113-157 mph) : ความเสียหายมีนัยสำคัญ (significant damage) เช่น ต้นไม้ใหญ่ถอนราก สิ่งของปลิวว่อน

ระดับ F3 (158-206 mph) : ความเสียหายหนักหนาสาหัส (severe damage) เช่น หลังคาบ้านที่แข็งแรงหลุดออก รถไฟพลิกคว่ำ ต้นไม้ในป่าหลุดออกเกือบหมด รถหนักๆ ลอยขึ้นจากพื้น

ระดับ F4 (207-260 mph) : ความเสียหายทำลายล้าง (devastating damage) เช่น บ้านที่ปลูกอย่างดีหลุดจากพื้น โครงสร้างที่มีฐานรากไม่แข็งแรงหลุดออก สิ่งของหนักๆ ปลิวว่อน

ระดับ F5 (261-318 mph) : ความเสียหายเหลือเชื่อ (incredible damage) บ้านที่หลุดออกมาถูกฉีกกระจายเป็นชิ้นๆ ของชิ้นใหญ่ๆ หนักมากๆ อาจลอยไปไกลได้ร่วม 100 เมตร ต้นไม้ใหญ่หักโค่นหมดไม่มีเหลือ

ส่วนภาษาพูดอาจบอกแบบคร่าวๆ แค่ 3 ระดับ ว่า อ่อน (weak) คือ F0 และ F1, แรง (strong) คือ F2 และ F3 และรุนแรง (violent) คือ F4 และ F5 ดังนั้น เวลาได้ยินข่าวทอร์นาโด ก็เดาได้เลยว่าอย่างน้อยคงต้องระดับตั้งแต่ F3 ขึ้นไป แต่ถ้าถึง F5 ละก็จะเป็นข่าวใหญ่ช็อกโลก

12


การจัดระดับความรุนแรงของพายุเฮอร์ริเคน หรือไต้ฝุ่น

"Saffir-Simpson Hurricane Scale" คือ การจัดระดับเฮอร์ริเคนตามความรุนแรงของแรงลมที่ก่อให้เกิดพายุ ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 1969 โดยเฮอร์เบิร์ต แซฟไฟร์ วิศวกรโยธา และบ็อบ ซิมป์สัน ผู้อำนวยการศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐฯ โดยแบ่งเป็น 5 ระดับด้วยกัน และระดับ 5 คือระดับสูงที่สุด             

ทั้งนี้ การจัดระดับดังกล่าวถูกใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินความเสียหายและอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นจากพายุเฮอร์ริเคนเมื่อพัดขึ้นสู่ชายฝั่ง โดยการจัดระดับนี้จะใช้กับเฮอร์ริเคนที่ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกและทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกเท่านั้น             

สำหรับเฮอร์ริเคนแคทรีนา ซึ่งเคลื่อนตัวจากอ่าวเม็กซิโกขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของรัฐลุยเซียนาถูกจัดอยู่ในระดับ 4 ตามมาตรวัดของแซฟไฟร์-ซิมป์สัน โดยเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 224 กิโลเมตรต่อชั่วโมง               

ระดับพายุเฮอร์ริเคนตามมาตรวัดของแซฟไฟร์-ซิมป์สัน              

ระดับ 1 ความเร็วลม 119-153 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสูงของคลื่น 1.2-1.5 เมตร ความกดอากาศ 980 มิลลิบาร์ อานุภาพในการทำลายล้าง เล็กน้อยไม่ส่งผลต่อสิ่งก่อสร้าง มีน้ำท่วมบ้างตามชายฝั่ง ท่าเรือเสียหายเล็กน้อย             

ระดับ 2 ความเร็วลม 154-177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสูงของคลื่น 1.8-2.4 เมตร ความกดอากาศ 965-979 มิลลิบาร์ อานุภาพในการทำลายล้าง น้อย หลังคา ประตู หน้าต่างบ้านเรือนมีเสียหายบ้าง ก่อให้เกิดน้ำท่วมทำลายท่าเรือ จนถึงอาจทำให้สมอเรือที่ไม่ได้ป้องกันไว้หลุดหรือขาดได้             

ระดับ 3 ความเร็วลม 178-209 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสูงของคลื่น 2.7-3.7 เมตร ความกดอากาศ 945-964 มิลลิบาร์ อานุภาพในการทำลายล้าง ปานกลาง ทำลายโครงสร้างที่อยู่อาศัยขนาดเล็กได้บ้าง โทรศัพท์บ้านถูกตัดขาด แผงป้องกันพายุตามบ้านเรือนได้รับความเสียหาย อาจเกิดน้ำท่วมขังเข้ามาถึงพื้นดินส่วนใน             

ระดับ 4 ความเร็วลม 210-249 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสูงของคลื่น 4.0-5.5 เมตร ความกดอากาศ 944-920 มิลลิบาร์ อานุภาพในการทำลายล้าง สูง แผงป้องกันพายุเสียหายหนักยิ่งขึ้น หลังคาบ้านเรือนบางแห่งถูกทำลาย น้ำท่วมเข้ามาถึงพื้นดินส่วนใน             

ระดับ 5 ความเร็วลม ไม่น้อยกว่า 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสูงของคลื่นไม่น้อยกว่า 5.5 เมตร ความกดอากาศ น้อยกว่า 920 มิลลิบาร์ อานุภาพในการทำลายล้าง สูง หลังคาบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมถูกทำลาย ตึกรามบางแห่งอาจถูกพัดถล่ม เกิดน้ำท่วมขังปริมาณมากถึงขั้นทำลายข้าวของในชั้นล่างของบ้านเรือนใกล้ชายฝั่ง และอาจต้องมีการประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ทำการอพยพโดยด่วน

ที่มา : www.manager.co.th

13


พายุประเภทต่างๆ ที่ควรทราบ

นักอุตุนิยมวิทยา รวมถึงนักข่าวใช้ศัพท์เฉพาะทางเพื่อเรียกลมหมุน หรือพายุชนิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามแต่ภูมิภาคของโลก ซึ่งทำให้เราสับสนกับคัพท์อย่างพายุ ไต้ฝุ่น ไซโคลน ดีเปรสชัน จนเหนื่อยกับการแยกแยะว่ามันคืออะไรกันแน่ นอกจากรับรู้ว่ามันเป็นพายุ
 
นักอุตุนิยมวิทยาเรียกชื่อพายุตามการกำเนิดของมัน แม้ว่าพายุโดยทั่วไปจะหมายถึง อากาศที่ไม่ดี ลมแรงจัด แต่อันที่จริงมันยังหมายรวมถึงลมที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศอย่างรวดเร็วและรุนแรง มันเริ่มต้นมาจากอากาศ 2 บริเวณที่อยู่ติดกันซึ่งมีความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างมาก ซึ่งความแตกต่างนี้จะทำให้อากาศบริเวณหนึ่งซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า ลอยตัวขึ้นสู่ด้านบนอย่างรวดเร็ว และทำให้อากาศในอีกบริเวณซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่าไหลเข้ามาแทนที่ในแนวราบ ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดการหมุนของอากาศจนกลายเป็นพายุ


พายุแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 พายุฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorm)
เกิดขึ้นในบริเวณที่มีอากาศร้อนและความชื้นสูง โดยปกติแล้วจะเกิดใกล้เส้นศูนย์สูตร พายุที่ประเทศไทยมักพบก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ โดยจะมาในรูปแบบของลมแรง ฝนตกหนักและติดต่อกันยาวนานมากกว่า แต่ไม่ได้มีพายุลมหมุนให้เห็นชัดเจน

กลุ่มที่ 2 พายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone)
เป็นพายุที่มีลมหมุนให้เห็นได้ โดยเกิดขึ้นในแถบเส้นศูนย์สูตรเช่นกัน ซึ่งเริ่มเกิดเมื่อมีหย่อมความกดอากาศต่ำเกิดขึ้นบริเวณผิวน้ำทะเลหรือมหาสมุทรที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 27 องศาเซลเซียส พายุในกลุ่มนี้จะก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่กินวงกว้าง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกิน 100 กิโลเมตรขึ้นไป ลักษณะสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ทิศทางการหมุนวนของพายุ หากพายุเกิดเหนือเส้นศูนย์สูตร จะหมุนวนทวนเข็มนาฬิกา แต่หากเกิดใต้เส้นศูนย์สูตรหรือซีกโลกใต้ จะหมุนวนตามเข็มนาฬิกา

พายุหมุนเขตร้อนสามารถแบ่งย่อยตามความรุนแรงได้เป็น
     - ดีเปรสชั่น (Tropical Depression) เป็นพายุที่มีความเร็วลมต่ำที่สุดในบรรดาพายุหมุนเขตร้อนด้วยกัน คือ มีความเร็วลมสุงสุดใกล้จุดศูนย์กลางไม่เกิน 63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กลุ่มเมฆหมุนวนเป็นวงกลม แต่ไม่เป็นเกลียว และไม่มีตาพายุชัดเจน ลมไม่แรงพอจะพังบ้านเรือน แต่ฝนอาจตกหนักติดต่อกันจนน้ำท่วมได้     

     - พายุโซนร้อน ( Tropical Storm) เมื่อพายุซึ่งเกิดขึ้นในทะเลเคลื่อนที่เข้าหาฝั่ง และพบกับความกดอากาศที่แตกต่างกว่าเดิม จะทำให้ความเร็วลมเพิ่มขึ้น ลมกรรโชกแรงพอที่จะพังบ้านเรือนที่มีโครงสร้างไม่แข็งแรงได้ ทำให้มีฝนตกหนักมากขึ้น จึงเปลี่ยนชื่อเป็น พายุโซนร้อน ซึ่งจะมีความเร็วลมไม่เกิน 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเริ่มเห็นเกลียวแขนของพายุบ้างแล้ว

     - ไต้ฝุ่น (Typhoon) หรือเฮอริเคน (Hurricane) หากพายุโซนร้อนมีความเร็วลมเพิ่มขึ้นสูงกว่า  118 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป มีตาพายุชัดเจน ซึ่งบริเวณศูนย์กลางตาพายุจะฟ้าโปร่ง อาจมีเพียงฝนปรอย ลมสงบ ขัดต่อสภาพรอบนอกของตาพายุ ความรุนแรงก็เพิ่มระดับไปสู่ขั้นที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง น้ำท่วมฉับพลันทันที บ้านเรืองปลิวหรือพังถล่มเสียหาย รวมถึงก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินเรือได้ด้วย กลุ่มนี้จะถูกเรียกว่า ไต้ฝุ่นหรือเฮอริเคน

โดยปกติแล้วประเทศไทยมักจะพบเพียงแค่ดีเปรสชัน  เนื่องจากพายุมักเกิดที่มหาสมุทรแปซิฟิก และกว่าจะเคลื่อนตัวมาถึงเขตประเทศไทยก็อ่อนกำลังลงไปมากแล้ว พายุหมุนเขตร้อนยังมีชื่อเรียกที่ปรับเปลี่ยนไปตามภาษาถิ่นของพื้นที่ที่เกิดด้วย
     หากพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกจะเรียกว่า ไต้ฝุ่น (Typhoon)
     หากเกิดบริเวณมหาสมุทรอินเดีย อ่าวเบงกอล หรือทะเลอาหรับ จะถูกเรียกว่า ไซโคลน (Cyclone)
     หากเกิดบริเวณมหาสมุทรรอบ ๆ ออสเตรเลีย บริเวณหมู่เกาะต่าง ๆ จะเรียกว่า วิลลี-วิลลี (Willy-Willy)
     หากเกิดใกล้หมู่เกาะฟิลิปปินส์จะถูกเรียกว่า บาเกียว (Baguio)
     หากเกิดบริเวณฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก หรือบริเวณทวีปอเมริกาเหนือ กลาง และใต้ จะเรียกว่า เฮอริเคน (Hurricane)

กลุ่มที่ 3 พายุทอร์นาโด (Tornado)
เกิดจากการปะทะกันของลมร้อนและลมเย็น โดยปกติแล้วมักพบมากในแผ่นดินทวีปอเมริกาเหนือ เนื่องจากมีความแตกต่างกันของสภาพอากาศค่อนข้างมาก และกว่า 90% ของพายุกลุ่มนี้เกิดขึ้นบนบก ลักษณะของพายุจะมีเกลียวงวงช้างเห็นได้ชัดเจน และมีลมดูดยกเอาสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งของที่มีน้ำหนักไม่มากนักให้ลอยขึ้นได้ การก่อตัวของพายุกลุ่มนี้จะรวดเร็ว คาดเดาไม่ได้ และคงตัวอยู่ไม่กี่ชั่วโมง ก่อนจะสลายตัวไปเมื่ออุณหภูมิของอากาศเริ่มใกล้เคียงกัน แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นและความไม่แน่นอนของเวลาและสถานที่ที่จะเกิด ทำให้มันเป็นกลุ่มพายุที่อันตรายมากที่สุด ซึ่งพายุชนิดนี้เป็นชนิดเดียวกันกับที่พบในนิทานเรื่องพ่อมดออสด้วย

14



รู้จักกับพายุต่างๆ : พายุหมุนเขตร้อน ไต้ฝุ่น ไซโคลน เฮอริเคน และ ทอร์นาโด

พูดถึงเรื่องของ “พายุ” เราก็จะนึกถึงสภาวะอากาศไม่ดี มีลมแรงจัด เวลาที่เราฟังรายงานพยากรณ์อากาศ ก็จะได้ยินพายุหลายแบบเลย เช่น “ ดีเปรสชั่น” บ้าง “ไต้ฝุ่น” บ้าง ถ้าเป็นพายุที่เกิดในต่างประเทศก็จะเรียก “เฮอริเคน” หรือ “ทอร์นาโด” ก็ไม่รู้ว่าพายุแบบไหนมันมีขนาดรุนแรงกว่ากันยังไง จำได้ว่าสมัยเป็นนักเรียนเคยเรียนเรื่องพวกนี้ แต่ดันลืมไปหมดซะแล้ว วันนี้เลยลองหาข้อมูล แล้วมาเรียบเรียงให้อ่านเข้าใจกันง่ายๆ ค่ะ

พายุ คือ ลมที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศอย่างรวดเร็วและรุนแรง อันเนื่องมาจากอากาศ 2 บริเวณ มีอุณหภูมิแตกต่างกันอย่างมาก อากาศร้อนจะลอยตัวสูงขึ้น อากาศในแนวราบที่อุณหภูมิต่ำกว่าจึงเข้ามาแทนที่ ทำให้เกิดการหมุนของอากาศจนส่งผลให้เกิดเป็นพายุ

พายุแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้ดังนี้

1. พายุฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorm)
เป็นพายุที่เกิดขึ้นได้ในบริเวณที่มีอากาศร้อน และมีความชื้นมากพอสมควร โดยมากเกิดในเขตร้อนแถบเส้นศูนย์สูตร เมื่ออากาศได้รับความร้อนและลอยตัวสูงขึ้น และมี ไอน้ำในปริมาณมากพอ ประกอบกับการลดลงของอุณหภูมิ จึงเกิดการกลั่นตัวควบแน่นของไอน้ำ เกิดเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง มักจะมีทั้งลมแรง ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และมีฝนตกหนัก เกิดขึ้นพร้อมกัน

2. พายุหมุนเขตร้อน (Tropical cyclone)
เป็นพายุหมุนที่เริ่มก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่เกิดขึ้นในเขตร้อนบริเวณเส้นศูนย์สูตร โดยมากมักเกิดบริเวณผิวน้ำทะเลและมหาสมุทรที่มีอุณหภูมิของน้ำสูงกว่า 27 องศาเซลเซียส มีลักษณะเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100 กม. ขึ้นไป เกิดขึ้นพร้อมกับลมที่พัดรุนแรงมาก ลมที่พัดเวียนเข้าหาศูนย์กลางจะมีทิศทางการหมุนทวนเข็มนาฬิกาหากเกิดเหนือเส้นศูนย์สูตร และจะหมุนตามเข็มนาฬิกาหากเกิดใต้เส้นศูนย์สูตร ยิ่งใกล้ศูนย์กลางลมจะหมุนเกือบเป็นวงกลมและมีความเร็วสูงที่สุด อยู่ที่ประมาณ 120 – 200 กม. / ชม.

ในการพิจารณาความรุนแรงของพายุ จะใช้เกณฑ์ความเร็วลมสูงสุดที่บริเวณใกล้ศูนย์กลางพายุ แบ่งได้เป็น

1. พายุดีเปรสชั่น (Tropical depression)
เกิดขึ้นจากพายุโซนร้อนที่มีความเร็วลดลง โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางไม่ถึง 63 กม./ชม. (34 นอต) ก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองธรรมดาหรือฝนตกหนัก มีลมกรรโชกแรงเป็นครั้งคราว มีกำลังไม่แรงพอที่จะทำลายบ้านเรือนได้ แต่ถ้ามีฝนตกหนักมากๆ อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมได้

พายุระดับนี้จะเห็นเป็นกลุ่มเมฆหนาทึบ เป็นวงกลม ยังไม่มีแนวขดเป็นเกลียว หรือ ตาพายุ ชัดเจน

2. พายุโซนร้อน (Tropical storm)
เกิดขึ้นเมื่อพายุหมุนเขตร้อนขนาดใหญ่อ่อนกำลังลงขณะเคลื่อนตัวในทะเล และความเร็วที่จุดศูนย์กลางลดลงเมื่อเคลื่อนเข้าหาฝั่ง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 63 กม./ชม.ขึ้นไป (34 นอต) แต่ไม่ถึง 118 กม./ชม. (64 นอต) มีกำลังแรงพอที่จะทำลายบ้านเรือนที่มีโครงสร้างไม่แข็งแรงได้ รวมทั้งทำให้กิ่งไม้หักโค่น และทำให้เกิดน้ำท่วมได้ ฝนที่ตกอย่างหนักทั้งวันทั้งคืนอาจทำให้เกิดน้ำป่าและแผ่นดินถล่มได้

พายุระดับนี้อาจเริ่มเห็นเกลียวแขนของกลุ่มเมฆบ้าง

3. พายุไต้ฝุ่น หรือ เฮอริเคน (Typhoon or Hurricane)
มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางตั้งแต่ 118 กม./ชม. ขึ้นไป (64 นอต) มีระดับความรุนแรงมากที่สุด สามารถทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือน อาจทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่น เกิดไฟฟ้าช็อตหรือเพลิงไหม้ได้ ในทะเลมีคลื่นลมแรงจัดมาก เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ โดยเฉพาะเรือเล็ก และอาจมีคลื่นใหญ่ซัดชายฝั่ง ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นมากจนท่วมอาคารบ้านเรือนริมทะเลได้

พายุระดับนี้มักจะเกิด “ตาพายุ” ขึ้นตรงศูนย์กลางพายุ เป็นบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำมากที่สุด ลมสงบ ท้องฟ้าโปร่ง อาจมีเมฆและฝนบ้างเล็กน้อย ส่วนรอบๆ จะเป็นบริเวณที่มีลมพัดแรงจัด มีเมฆครึ้ม มีฝนตกพายุรุนแรง

สำหรับพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นพายุดีเปรสชัน เนื่องจากพายุได้อ่อนกำลังลงก่อนถึงประเทศไทย ส่วนพายุที่มีกำลังแรงขนาดพายุโซนร้อนหรือไต้ฝุ่นมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยน้อยมาก พายุเริ่มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่พายุมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยมากที่สุด รองลงไปคือเดือนกันยายน

พายุหมุนเขตร้อนระดับโซนร้อน และไต้ฝุ่นนั้นจะมีชื่อเรียกต่างกันตามบริเวณที่เกิดขึ้น ดังนี้
• พายุไต้ฝุ่น (Typhoon) เป็นชื่อพายุหมุนที่เกิดทางทิศตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ เช่น บริเวณทะเลจีนใต้ อ่าวไทย อ่าวตังเกี๋ย ประเทศญี่ปุ่น
• พายุไซโคลน (Cyclone) เป็นชื่อพายุหมุนที่เกิดในมหาสมุทรอินเดีย เหนือ เช่น บริเวณอ่าวเบงกอล ทะเลอาหรับ
• พายุวิลลี-วิลลี (Willy-Willy) เป็นชื่อพายุที่เกิดบริเวณทะเลติมอร์และทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย (บริเวณทะเลเมติเตอร์เรเนียนและหมู่เกาะต่างๆ)
• พายุบาเกียว (Baguio) เป็นชื่อพายุหมุนที่เกิดในหมู่เกาะฟิลิปปินส์
• พายุเฮอร์ริเคน (Hurricane) เป็นชื่อเรียกพายุหมุนที่เกิดบริเวณทิศตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก เช่น บริเวณฟลอริดา สหรัฐอเมริกา อ่าวเม็กซิโก ทะเลแคริบเบียน เป็นต้น รวมทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณชายฝั่งประเทศเม็กซิโก
โดยความเร็วลมของพายุเฮอร์ริเคน แบ่งตามสเกลเฮอร์ริเคนของแซฟเฟอร์-ซิมป์สัน เป็น 5 ระดับ ดังนี้
ระดับ 1 มีความเร็วลมอยู่ที่ 119-153 กม./ชม.
ระดับ 2 มีความเร็วลมอยู่ที่ 154-177 กม./ชม.
ระดับ 3 มีความเร็วลมอยู่ที่ 178-209 กม./ชม.
ระดับ 4 มีความเร็วลมอยู่ที่ 210-249 กม./ชม.
ระดับ 5 มีความเร็วลมอยู่ที่ 250 กม./ชม.

3. พายุทอร์นาโด (Tornado)
หรือ พายุงวงช้าง เป็นพายุที่เกิดขึ้นจากลมร้อนและลมเย็นมาเจอกันและก่อตัวให้เกิดลมหมุน เกิดได้ทั้งบนบกและทะเล ส่วนใหญ่เกิดบนบกประมาณร้อยละ 90 ทอร์นาโดสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกทวีปและในหลายประเทศ แต่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพบบ่อยกว่าที่อื่น เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่สามารถก่อให้เกิดลมร้อนและไอเย็นปะทะกันบริเวณทุ่งราบ โดยเฉพาะบริเวณที่ราบทางตอนกลางของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่รัฐเทกซัส (Texas) ไปจนถึงรัฐเซาท์ดาโกต้า (South Dakota) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ รู้จักกันในชื่อ “ช่องทางทอร์นาโด” (Tornado Alley)

ทอร์นาโดสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายลักษณะ โดยลักษณะที่พบได้บ่อยสุดคือลักษณะรูปทรงกรวย พายุจะก่อตัวจากก้อนเมฆ และหมุนตัวยื่นลงมาบนผืนดินในลักษณะเป็นกรวยเกลียว มีขนาดเนื้อที่เล็กหรือเส้นผ่านศูนย์กลางน้อย ประมาณ 50-500 เมตร แต่หมุนด้วยความเร็วสูง โดยความเร็วที่จุดศูนย์กลางสูงจะมากกว่าพายุหมุนอื่นๆ ซึ่งอาจเร็วถึง 500 กม./ชม. นับเป็นพายุหมุนที่มีความรุนแรงที่สุดและอันตรายมากที่สุด ไม่สามารถคาดการณ์การเกิดทอร์นาโดล่วงหน้าได้นาน แม้ว่าพายุชนิดนี้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่นาน ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่ก่อความเสียหายระดับรุนแรง ในบริเวณที่พายุพัดผ่านสามารถกวาดยกบ้านเรือนทั้งหลังให้พังทลายได้

โดยความเร็วลมของพายุทอร์นาโด แบ่งตาม Fujita scale เป็น 5 ระดับ ดังนี้
พายุ F0 ความเร็วลม 64-116 กม./ชม.
พายุ F1 ความเร็วลม 117-180 กม./ชม.
พายุ F2 ความเร็วลม 181-253 กม./ชม.
พายุ F3 ความเร็วลม 254-332 กม./ชม.
พายุ F4 ความเร็วลม 333-418 กม./ชม.
พายุ F5 ความเร็วลม 419-512 กม./ชม.

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ “พายุ” ในบทความนี้ น่าจะพอให้เราเข้าใจแล้วว่า พายุไต้ฝุ่น เฮอร์ริเคน ไซโคลน กับทอร์นาโด เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

สรุปสั้นๆ จำง่ายๆ ได้ว่า พายุหมุนเขตร้อนมีชื่อเรียกต่างๆ กัน ขึ้นกับระดับความแรงหรือความเร็วในการหมุนรอบจุดศูนย์กลาง และแหล่งกำเนิด
พายุดีเปรสชั่น < พายุโซนร้อน < พายุไต้ฝุ่น (เกิดบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก) /
พายุไซโคลน (เกิดบริเวณมหาสมุทรอินเดีย) /
พายุเฮอร์ริเคน (เกิดบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก)

15


อีกหนึ่งปีการศึกษาที่ประสบความสำเร็จ จากความพยายาม ไขว่คว้าด้วยตนเอง ไม่ทำตนให้เป็นภาระครอบครัว

 - เรียนทวิภาคี ที่ปัญญาภิวัฒน์ ชลบุรี
 - รับทุนเรียนฟรี ตลอดหลักสูตร (ปวช.สาขาธุรกิจกค้าปลีก)
 - มีงานทำ ระหว่างเรียน มีเงิน มีรายได้
 - แบ่งเบาภาระครอบครัว
 - เรียนจบหลักสูตร มีงานรองรับ 100 %
 - เรียนจบหลักสูตร รับทุนเรียนต่อ ป.ตรี

 :) อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ ซีพี ออลล์ ที่มอบคืนสู่สังคม :)

สนใจรับทุนเรียนฟรี  ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- อายุระหว่าง 15-18 ปี
 - เรียนจบ ม.3 หรือเทียบเท่า
 - ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน
 - รักงานบริการ และมุ่งมั่นสู่ความเป็นผู้นำ


ข้อมูลเพิ่มเติม  091-004-8076, 033-099-925



หน้า: [1] 2 3 ... 95