ผู้เขียน หัวข้อ: หูกวาง?  (อ่าน 496 ครั้ง)

Mimo

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 156
    • ดูรายละเอียด
หูกวาง?
« เมื่อ: 03/05/16 »
ชื่อทั่วไป - หูกวาง
ชื่อสามัญ - Bengal Almond, Indian Almond, Sea Almond
ชื่อวิทยาศาสตร์ - Terminalia catappa L.
วงศ์ - COMBRETACEAE ชื่ออื่นๆ - โคน ดัดมือ ตัดมือ , ตาปัง , ตาแปห์ , หูกวาง , หลุมปัง
ถิ่นกำเนิด - ป่าชายหาด ตามโขดหินริมทะเล
ประเภท - ไม้ยืนต้น
รูปร่างลักษณะ - ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 8-20 เมตร เปลือกเรียบ แตกกิ่งตามแนวนอนเป็นชั้นๆ - ใบ เดี่ยว เรียงเวียนสลับถี่ตอนปลายกิ่ง แผ่นใบรูปไข่กลับ กว้าง 8-15เซนติเมตร ยาว 12-25 เซนติเมตร - ดอก เล็ก สีขาวนวล ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน - ผล รูปไข่หรือรูปรีแบนเล็กน้อย กว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 3-7เซนติเมตร
การขยายพันธ์ - ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม - ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ขึ้นตามหาดทราย และขึ้นได้ทั่วไป





ลำต้น
ต้นหูกวางเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งเป็นชั้นๆในแนวราบ เรือนยอดค่อนข้างกลมหรือเป็นรูปพีระมิดหนาทึบ เปลือกต้นมีสีเทา แตกเป็นร่องตื้นๆ



ใบ
ใบหูกวางจัดเป็นใบเดี่ยว มีสีเขียวอ่อนแเมื่อแตกใบใหม่ และเมื่อแก่จะออกสีเหลืองถึงน้ำตาล ใบจะแตกเรียงสลับบริเวณปลายกิ่ง มีรูปไข่กลับด้าน กว้างประมาณ 8-15 เซนติเมตร ยาวประมาณ 12-15 เซนติเมตร ปลายใบมีติ่งแหลม ส่วนโคนใบมีลักษณะสอบแคบ เว้า และมีต่อม 1 คู่ แผ่นใบมีลักษณะหนา และมีขนนุ่มปกคลุม ขอบใบเรียบ ผลัดใบในฤดูหนาว ช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน




ดอก
ดอกต้นหูกวางจะออกเป็นช่อบริเวณซอกใบหรือบริเวณปลายกิ่ง ดอกสีขาวนวล ขนาดเล็ก ประกอบด้วยโคนกลีบเลี้ยงที่เชื่อมติดกัน ส่วนปลายแยกเป็น 5 แฉก รูปสามเหลี่ยม ช่อดอกมีรูปเป็นแท่งยาวประมาณ 8-12 เซนติเมตร ดอกมีสีขาว ไม่มีกลีบดอก ดอกเพศผู้จะอยู่ปลายช่อ โดยมีดอกสมบูรณ์เพศบริเวณโคนช่อ การออกดอกจะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน และสิงหาคม-ตุลาคม



ผล
ผลมีลักษณะเป็นรูปไข่หรือรูปรี ป้อม และแบนเล็กน้อย ความกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร มีสีเปลือกผลสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีเหลืองออกน้ำตาล และเมื่อแห้งจะเป็นสีดำคล้ำ และเมื่อเนื้อเปลือกหลุดออกหรือย่อยสลายจะเห็นเป็นเส้นใยกระจุกตัวแน่นทั่วผล ผล 1 ผล จะประกอบด้วยเมล็ดเพียง 1 เมล็ด ลักษณะเป็นรูปไข่เรียวยาว คล้ายอัลมอนด์ สามารถรับประทานได้ ให้รสหอม


ประโยชน์
1.ปลูกเป็นไม้ประดับ ใบหูกวางที่แตกใหม่มีลักษณะใบใหญ่ สีเขียวอ่อน ดูสวยงาม สดชื่น นิยมนำมาปลูกเพื่อวัตถุประสงค์เป็นไม้ประดับนอกเหนือจากการให้ร่มเงา เป็นไม้ที่มีทรงพุ่มใหญ่ ประกอบด้วยใบขนาดใหญ่ และมีใบมาก ทำให้เกิดร่มเงาสร้างความร่มรื่นได้เป็นอย่างดี
2. เนื้อไม้แปรรูปเป็นไม้แผ่นสำหรับก่อสร้างบ้าน ทำเครื่องเรือน เครื่องดนตรี  เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ เนื้อไม้ที่ได้จากต้นหูกวางที่มีอายุมากจะมีสีแดงหรือน้ำตาลออกดำบริเวณแก่นต้น
3. ใบนำบดหรือต้มทำสีย้อมผ้า ซึ่งจะให้ทั้งสีเขียวในใบอ่อน และสีเหลืองในใบแก่ รวมถึงราก และผลดิบก็ใช้ในการฟอกย้อมหนัง การผลิตสีดำ และผลิตหมึกสี
4. ใบหูกวางนิยมนำมาแช่น้ำสำหรับเลี้ยงปลากัด เพื่อให้ปลามีสุขภาพดี มีการเจริญพันธุ์ และเจริญเติบโตดี ไม่เกิดโรค ยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในปลา และช่วยให้ปลากัดมีสีสันสวยงาม สีเข้มสดใส นอกจากนั้น ยังช่วยรักษาระดับความเป็นกรด-ด่างของน้ำ
5.  เมล็ดสามารถรับประทานได้ทั้งดิบหรือนำมาต้มสุกหรือเผา  นำมาสกัดเป็นน้ำมันที่มีลักษณะใส ไม่มีกลิ่น มีลักษณะคล้ายนํ้ามันจากอัลมอนด์ ใช้รับประทาน ใช้บำรุงผม ใช้นวดแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รวมถึงใช้ในด้านความสวยความงาม


สรรพคุณ
1. เปลือกใช้ทำเป็นยาฝาด แก้ท้องเสีย โรคบิด โรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร และแก้ซางในเด็ก นำมาต้ม ใช้เป็นยาบำรุงเลือด ช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ แก้อาการตกขาว และลดกลิ่นในช่องคลอด
2. ในประเทศไต้หวันมีการใช้ใบหูกวางเป็นยาสมุนไพรพื้นบ้านสำหรับรักษาโรคตับ
3. ใบมีช่วยขับเหงื่อ ลดไข้
4. เปลือกรักษาอาการปวดตามข้อ และโรคที่เกี่ยวกับข้อกระดูกต่างๆและเปลือกนำมาต้มใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย โดยเฉพาะใบสีเหลืองหรือสีแดงที่ร่วงจากต้นจะให้ผลดีกว่าใบอ่อนบนต้น เปลือกนำมาบดทาพอกแผล ลดอาการติดเชื้อของโรค ช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว และเปลือกนำมาต้มอาบ ช่วยรักษาแผล รักษาโรคผิวหนังจากเชื้อรา
5. น้ำมันจากเมล็ดใช้ทา นวด ช่วยลดอาการบวด อาการฟกช้ำของกล้ามเนื้อ
6. น้ำมันจากเมล็ดเมื่อนำมาผสมกับใบที่บดละเอียด สามารถใช้รักษาโรคเรื้อน โรคผิวหนังอื่นๆได้
7. เมล็ด ประกอบด้วยไขมัน โปรตีน วิตามิน และสารที่ให้พลังงาน ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ

แหล่งข้อมูล https://sites.google.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03/05/16 โดย Mimo »