ผู้เขียน หัวข้อ: การบริหารจัดการกับมนุษย์ Gen Y  (อ่าน 295 ครั้ง)

administrator

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1445
    • ดูรายละเอียด


นิตยสาร Secret ฉบับที่ 28 ปีที่ 2

“ขี้เกียจ เห็นแก่เงิน สมาธิสั้น โลกส่วนตัวสูง...” เหล่านี้เป็นคำซุบซิบเกี่ยวกับมนุษย์งาน เจ็นวาย
(Generation Y หมายถึงคนที่เกิดระหว่างปี 2521 – 2533) ที่มีให้ได้ยินกันอยู่บ่อย ๆทำให้ผู้บริหารพยายามลดอายุหรือหามาตรการทำให้เรื่อง “งาน” กลายเป็นเรื่อง “เล่น” เพื่อเอาชนะใจพวกเขา แต่ทว่า บรูซ ทุลแกน (Bruce Tulgan) เจ้าของบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลแห่งสหรัฐอเมริกา นักพูด และนักเขียนชื่อดัง ได้เปิดตัวหนังสือ Not Everyone Gets a Trophy บอกเล่าถึงวีธีการบริหารมนุษย์งาน Gen Y ที่พลิกความเชื่อเก่า ๆ ได้หมดจด ถึงขนาดที่ว่ากันว่า นี่เป็นหนังสือเล่มแรกที่ Gen Y ยอมรับว่าเข้าใจพวกเขามากที่สุด ที่สำคัญ หนังสือเล่มนี้ทำให้ผู้บริหารรุ่นเก่าได้รู้ว่า จะบริหารมนุษย์งานที่มีศักยภาพสูงกลุ่มนี้ได้อย่างไร

1 ส่ง Gen Y ขึ้นสู่รันเวย์
Gen Y เป็น คนที่ต้องการความสำเร็จในชีวิตมากกว่าคนรุ่นไหน ๆ พวกเขาพร้อมทำงานหนัก เพื่อเหินฟ้าขึ้นสู่ความสำเร็จ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่บริษัทต้องการอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริหารควรทำคือ เข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของ Gen Y และพูดคุยตกลงกันตั้งแต่เริ่มแรกในหัวข้อต่อไปนี้

1.1 ต้องทำให้ Gen Y รู้ว่าบริษัทพิจารณาการเลื่อนตำแหน่งหรือเพิ่มสวัสดิการจากผลงาน มิใช่เส้นสาย ประวัติชีวิต ฯลฯ ถ้ามีเงื่อนไขอื่น ควรแจ้งให้เขารู้เพื่อที่เขาจะได้เตรียมปรับปรุงตัวเอง
1.2 ต้องทำให้ Gen Y ควบคุมตารางงานของตัวเองได้ โดยบอกเส้นตายและหลักในการพิจารณาที่ชัดเจน
1.3 ต้องยืดหยุ่นเรื่องสถานที่ทำงาน เช่น ปล่อยให้เขาจัดโต๊ะทำงาน เล่นอินเทอร์เน็ต เปิดเพลงเบา ๆ เข้างานสาย หรือแม้แต่ทำงานที่บ้านได้ ตราบใดที่ผลงานยังคงยอดเยี่ยม
1.4 ต้องเติมความรู้ให้พนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพราะสิ่งที่ Gen Y กลัวมากที่สุด คือ ความล้าสมัย บริษัทจึงควรเตรียมคอร์สอบรมหรือเน้นย้ำให้เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ถ่ายทอดวิชาให้
1.5 ต้องทำให้ Gen Y เข้าถึงตัวบอสใหญ่หรือคนที่มีอำนาจในการแก้ปัญหาได้ เพราะ Gen Y ต้องการคำตอบที่แก้ปัญหาได้จริงและทันท่วงที
1.6 ต้องให้เครดิต เพราะ Gen Y เชื่อว่า ความสำเร็จแต่ละอย่างคือขั้นบันไดที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่สูงกว่า Gen Y ไม่แคร์ว่าบันไดนี้จะทอดยาวขนาดไหน แต่พวกเขาต้องการให้มีคนเห็นว่าพวกเขาง่วนอยู่กับการก่อขั้นบันไดตลอดเวลา
1.7 ต้องให้อำนาจแก่ Gen Y เต็มร้อย เรื่อง ใดที่อยู่ในขอบข่ายหน้าที่ความรับผิดชอบของลูกน้อง เจ้านายต้องให้อำนาจแก่พวกเขาเต็มที่ เพื่อให้พวกเขาควบคุมความสวยสดงดงามของผลงานได้อย่างแท้จริง
1.8 ต้องให้ Gen Y มีอิสระภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่ไม่จำเป็นต้องทุกเรื่อง เรื่องใดที่เขาไม่มีสิทธิ์ เจ้านายควรบอกให้ชัดเจนด้วย

2 สอนงานอย่างเร่งด่วน
จากการวิจัย Gen Y มากว่า 20 ปี ทุลแกน ยืนยันว่า Gen Y เป็นคนที่มีความกระตือรือร้นสูงลิบ หัวหน้างาน ควรสอนงานและบอกเล่าสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานให้ Gen Y เข้าใจอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อให้เขาทำงานของตัวเองได้โดยลำพัง เพราะถ้าหัวหน้างานอ้างว่า “ไม่มีเวลาสอน” พวกเขาจะโต้กลับทันทีว่า “การที่คุณไม่สอนต่างหากที่ทำให้ฉันเสียเวลา”

3 สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร
ทุลแกน เรียกบรรยากาศนี้ว่า Loco Parentis หมายถึง บรรยากาศ ของความห่วงใยที่ผู้ใหญ่มีให้คนที่อ่อนวัยวุฒิกว่า หัวหน้างานควรเข้าใจจุดเด่นและจุดด้อยของลูกน้องแต่ละคน คุณอาจเริ่มให้ความใส่ใจพวกเขาด้วยการทักทายกันเมื่อพบหน้า และจบบทสนทนาด้วยคำแนะนำที่มีประโยชน์ ให้ความจริงใจ อีกทั้งต้องพูดคุยปรึกษากับพวกเขา หรือตั้งรางวัลพิเศษสำหรับการทำงานที่เพิ่มขึ้นแต่ละครั้ง

4 แก้ปัญหาการปรับตัว
ปัญหาที่ Gen Y มักพบในที่ทำงานคือ การปรับตัว เนื่องจาก Gen Y จะใช้ ความเป็นเพื่อนในการปฏิสัมพันธ์กับคน และไม่สนใจลำดับขั้นหรือสายการบังคับบัญชา ดังนั้นเจ้า นายจึงควรสอนวิธีการปรับตัวและวิธีเอาตัวรอดในที่ทำงานให้พวกเขา เริ่มตั้งแต่การพิจารณาบทบาทและหน้าที่ของตนเอง การทำงานร่วมกับคนอื่น การแก้ปัญหาโดยไม่ต่อสายตรงถึงเจ้านายของเจ้านายในทันทีทันใด แต่ให้มีการเปิดประชุมย่อยที่มีเขา มีคุณ และบอสของคุณเข้าร่วมด้วย เป็นต้น

5 ปลูกฝังการบริการ
ประโยคเด็ดที่หัวหน้างานควรบอกลูกน้อง Gen Y คือ “ในที่ทำงานนั้น นอกจากตัวเองแล้ว ให้ถือว่าคนอื่นเป็นลูกค้า” วิธีนี้นอกจากจะสามารถเอาชนะใจลูกค้า ซึ่งเป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับบริษัท (แต่ Gen Y มักมองไม่เห็น) แล้วยังทำให้พวกเขาสามารถแก้ปัญหาการปรับตัวในที่ทำงานอย่างได้ผลด้วย

6 สอนวิธีบริหารตัวเอง
Gen Y ชอบผนวกไลฟ์สไตล์เข้ากับชีวิตการทำงาน และมักมีปัญหาด้านการบริหารเวลา ทุลแกน จึงสรุปว่า “ของ ขวัญที่ดีที่สุดที่หัวหน้างานจะให้ได้คือ การสอนให้เขารู้จักแยกแยะสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ออกจากกัน อีกทั้งต้องสอนวิธีกำจัดการใช้เวลาอย่างไร้ประโยชน์ออกไป” เช่น สอนการวางแผน การทำเช็คลิสต์ การประเมินตนเอง การตัดสินใจ โดยใช้เหตุผลรอบด้าน ฯลฯ

7 เป็นผู้นำที่เข้มแข็ง
ลูกน้อง Gen Y ของคุณควรรู้ว่าเขากำลังทำงานอยู่ภายใต้หัวหน้างานที่
O โปร่งใส อย่าบ่นว่าทำไมลูกน้องไม่ทำสิ่งที่ควรทำ แต่ให้บอกพวกเขาไปตรงๆ ว่าคุณต้องการอะไรบ้าง
O เด็ดขาด เมื่อออกกฎใดๆ มาแล้ว คุณต้องรักษากฎอย่างเคร่งครัด ไม่ลำเอียง และจำไว้ว่า การเชิญพนักงานที่ไม่เอาไหนออกหนึ่งคน จะทำให้พนักงานที่เหลืออยู่ขยันมากขึ้นทันตาเห็น
O โฟกัสที่วิธีการแก้ปัญหา ไม่ใช่ที่ตัวปัญหา

8 เก็บรักษาลูกน้องคนเก่ง
Gen Y มักโดนค่อนขอดว่า “เปลี่ยนงานบ่อย” แต่ หารู้ไม่ว่าพวกเขาจะลาออกก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าทำงานแล้วไม่มีความสุข หรือทำงานหนักไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นต่างหาก ดังนั้นถ้าหัวหน้างานไม่อยากปล่อยให้พนักงานเก่ง ๆ หลุดมือไป ควรหาวิธีเก็บพวกเขาไว้ด้วยการหาช่องทางหรือโอกาสใหม่ๆ ในการทำงานเพื่อดึงดูดคนพวกนี้ไว้ เป็นการเพิ่มผลประโยชน์แก่บริษัท ในขณะเดียวกับที่ได้เพิ่มผลประโยชน์ให้พนักงานด้วย

9 ปั้นดาวดวงต่อไป
คุณควรส่งเสริมลูกน้องที่มีแววอย่างสุดตัว โดยมอบหน้าที่ด้านการบริหารและอำนาจที่แท้จริง อีกทั้งต้องทำให้ผู้ร่วมงานคนอื่นๆ ทราบว่า เขา หรือ เธอ คือคนเก่งของคุณ นอกจากนี้คุณควรให้เวลาดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เขาเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง และหมั่นปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ

ไม่ว่า Gen Y จะทำให้บรรดาหัวหน้างานลำบากใจแค่ไหนก็ตาม แต่เราอย่าลืมว่า คนรุ่นนี้คือ หัวหน้างาน เจ้านาย หรือ บอส ซึ่งจะขับเคลื่อนสังคมรุ่นต่อไปนั่นเอง และ.... คนไฟแรงอย่างพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากผู้นำที่เข้มแข็งและใส่ใจเช่น “คุณ”

ความเชื่อที่ดูเหมือนใช่ : Gen Y ไม่เห็นแก่หัวหงอกหัวดำ

ความจริง : ไม่มีคนรุ่นไหนอีกแล้วที่จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดเท่ากับGen Y จึง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่เคารพผู้ใหญ่ อย่างไรก็ดี พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครู ต่างให้ความชื่นชมและเห็นความสำคัญของพวกเขามาก ดังนั้นผู้บริหารรุ่นเก๋า จึงไม่ควรมองข้ามความเห็นของพวกเขา ด้วยเหตุผลเพียงว่าพวกเขาผ่านโลกมาน้อยกว่า

ที่มา #  นิตยสาร Secret เล่มที่ 28 ปีที่ 2
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23/03/18 โดย administrator »