ผู้เขียน หัวข้อ: การทำงานและอยู่ร่วมกับคนรุ่นใหม่ Generation Y  (อ่าน 219 ครั้ง)

administrator

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1439
    • ดูรายละเอียด


ใครที่มีปัญหาในการทำงานการทำงานกับวัยรุ่นสมัยใหม่ Generation Y ลองฟังประสบการณ์จากคนที่ Gen X ที่ห่างจาก Gen Y แค่ 3 ปี เพื่อปรับตัวให้ทำงานร่วมกับเด็กรุ่นใหม่ให้ได้

พนักงานรุ่นใหม่ในที่นี้ ขอพูดถึงพนักงานออฟฟิศและฝ่ายผลิตทั่วไป ที่ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม ไม่นับเด็กอีลิทอินเตอร์ จุฬาฯ หรือ ธรรมศาสตร์

ความคาดหวัง ในฐานะเจ้านาย เราคาดหวังได้หลายอย่างจากเด็กรุ่นใหม่ ทั้งความทุ่มเท ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยเฉพาะความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งอย่างหลังนี้ ผู้เขียนมีความชอบเป็นการส่วนตัว เพราะทำให้พนักงานกล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าพูด และ กล้าทำสิ่งที่คิดว่าดีโดยไม่ต้องเกรงใจระบบ หรือ พนักงานรุ่นใหญ่กว่า ที่บางครั้งทำให้การทำงานของบริษัทเราล้าหลัง

การเลือกพนักงาน คุณธนินทร์พูดเสมอ ว่าซีพีประสบความสำเร็จได้ เพราะรู้จักใช้คนทำงานผู้เขียนเห็นความสำคัญของการ casting พนักงานเข้ามาทำงานเป็นอย่างมาก บริษัททุกแห่งจึงควรมี HR ที่มองพนักงานออก หรือ มีผู้บริหารหรือผู้จัดการที่มีความสามารถในการมองคน เข้าใจลักษณะของพนักงาน เพื่อหาบุคลากรที่มีความสามารถพอที่จะพัฒนาบริษัทในยุคที่คุณภาพสำคัญกว่าราคา และ ค่าแรงแพงยิ่งกว่าทองคำ

มาเข้าเรื่องกันเลย การทำงานกับเด็กรุ่นใหม่…

1. เด็กรุ่นใหม่เข้าใจทุกอย่างฉลาดเฉลียวมีไหวพริบและก็เด็กเกินกว่าจะมองเห็นข้อเสียของตัวเอง

พวกเค้าจะไม่คิดว่าการตักเตือนเป็นเรื่องปกติ แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ การเตือนจึงควรทำที่หน้างาน เมื่อเกิดความผิดพลาดให้เตือนขณะนั้นด้วยน้ำเสียงเรียบไม่อธิบายยืดยาวแนะนำว่าควรทำอย่างไรจึงจะดีกว่า แล้วจบด้วยรอยยิ้ม

2. พูดง่าย ๆ ว่าเค้ากล้าเถียง แต่ไม่ชอบถูกว่าถูกเตือน คุณสามารถทดลองได้ด้วยการเตือนเมื่อเค้าทำผิด และดูปฏิกริยาหลังจากนั้น หากมีการหยุดงาน พูดคุยน้อยลง อารมณ์เสียใส่เพื่อนร่วมงาน หรือพยายามหลีกเลี่ยงงานที่เคยทำให้ถูกตำหนิ แสดงว่าพนักงานคนนั้นรับการเตือนไม่ได้ หากคุณเตือนหรือว่าหลาย ๆ ครั้ง ไม่นานเค้าจะลาออก

3.เสริมแรงในด้านที่เค้าถนัดพนักงานวัยรุ่นเหล่านี้ไม่เกี่ยงงานเพิ่ม ต้องเป็นการงานที่เค้ารู้สึกว่าได้ใช้ความสามารถและเค้าทำได้ดี จะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้จัดการหรือผู้ประกอบการได้มาก เพราะพวกเค้ามีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดกล้าทำ มากกว่าพนักงานอาวุโสที่เคยชินกับการทำงานในกรอบ มากนัก

4. เด็กรุ่นใหม่พูดตรงไม่ได้พูดเผื่อได้ ดังนั้น สิ่งที่เค้าเอ่ยปากกับ HR หรือผู้ใหญ่ ขอให้นำไปพิจารณาอย่างจริงจัง พนักงานที่ทำงานดีมีความรับผิดชอบไม่ได้หาง่าย ๆ ขอให้รักษาไว้ด้วยความรับผิดชอบ และยุติธรรมเช่นกัน

5. ส่วนเด็กรุ่นใหม่ที่ blank blank มีมาก ไม่รู้จักคิด ทำงานให้ผ่านไปวัน ๆ ก็ขอให้ปล่อยผ่านไปไม่จำเป็นแม้แต่จะรอให้พ้นทดลองงาน ไม้สมัยนี้จะอ่อนจะแก่ก็ดัดยากเหมือน ๆ กัน

6. สิ่งที่คาดหวังไม่ได้ คือคาดหวังให้เค้าเป็นเหมือนคนรุ่นก่อน ๆเช่น เคารพผู้ที่อาวุโสกว่า(ด้วยใจจริง) เด็ก ๆ เคารพสิ่งที่เข้าใจได้ว่าทำไมต้องเคารพ สิ่งที่ลึกซึ้งอย่างความอาวุโส จึงเป็นเรื่องยาก อย่าไปคิดเปลี่ยนเค้า เพราะมันยากเกินไป

7. สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ เงิน และ สวัสดิการ ที่ตรงกับความต้องการของพนักงาน เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด

พนักงานสมัยนี้หายากมาก ผู้เขียนก็ได้แต่หวังว่าท่านที่ได้อ่านแล้ว จะได้รับประโยชน์และนำไประสบการณ์ส่วนตัวนี้ไปใช้ได้บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ

เมื่อวานนี้เขียนถึงเรื่องราวของปัญหาในการบริหารคนรุ่นใหม่ ที่เรียกกันว่า Gen Y แล้ว วันนี้ก็เลยเอางานวิจัยที่หลายๆ สำนักได้ทำไว้เกี่ยวกับพฤติกรรมของ Gen Y มาให้ดูกัน ว่าเด็กรุ่นนี้ส่วนใหญ่แล้ว เขาต้องการอะไรกันบ้าง เพื่อที่องค์กรจะได้หาแนวทางในการตอบสนองความต้องการให้ทันกับเด็กรุ่นนี้ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะบริหารจัดการในเชิงของการบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

คุณลักษณะของ Gen Y มีดังนี้

เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก และมีความเป็นตัวเองสูงมาก ไม่ค่อยแคร์คนอื่นเท่าไหร่ อยากทำอะไร หรือไม่อยากทำอะไรก็จะทำตามใจที่ตนเองอยากทำ โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิด หรือรู้สึกอย่างไร นี่เองอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาคิดอยากจะมาทำงานก็มา ไม่อยากมา ก็ไม่มา ไม่อยากรับโทรศัพท์ ก็ไม่รับ ฯลฯ ซึ่งก็ทำให้คนทำงานแบบเราๆ รู้สึกไม่ค่อยดีนักเวลาพบกับเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างรวดเร็ว หรือพูดง่ายๆ ว่าอยากเป็น Manager ตั้งแต่อายุ 25 ปี เวลาเข้าทำงานที่ไหน ก็มองหาแต่ความก้าวหน้า และอยากรู้ว่าตนเองจะสามารถเติบโตไปไหนในองค์กรได้บ้าง ซึ่งถ้าองค์กรไม่สามารถที่จะตอบคำถามเหล่านี้ของเขาได้ เขาก็จะไปอยู่ที่อื่นแทน ที่ที่ทำให้เขาเติบโตได้อย่างรวดเร็วดังใจที่เขาต้องการนั่นเอง

ไม่ชอบกฎระเบียบ มองว่ากฎระเบียบเป็นเรื่องโบราณ การใช้ชีวิตสมัยใหม่นั้น มีแต่ความอิสระ กฎระเบียบที่มีนั้นไม่จำเป็นเลย ก็เลยทำให้ Gen Y ไม่ค่อยชอบทำงานกับองค์กรที่มีกฎระเบียบยุบยับ และขยับตัว หรือจะทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้

ไม่เคารพผู้อาวุโส แต่จะให้ความนับถือกับคนที่เขารู้สึกเป็น Idol หรือ คนที่เขาชื่นชมมากกว่า ดังนั้นการที่ผู้อาวุโสมองว่า Gen Y ไม่มีสัมมาคารวะ หรือไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง นั่นก็เพราะผู้อาวุโสท่านนั้นไม่ได้รับการชื่นชมจากเขานั่นเอง

คุ้นเคยกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ Gen Y จะมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีสมัยใหม่มาก เพราะเกิดมาก็แวดล้อมด้วย internet เวลาเรียนหนังสือ ก็ใช้ internet เป็นห้องสมุด และมักจะมีเครื่องมือต่างๆ ที่สะท้อนความทันสมัยทางเทคโนโลยีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น iphone ipad บางคนก็มีแทบทุกอย่างในตัว เวลาไปไหนมาไหนก็จะถามหาแต่ wifi เพราะต้องการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์อยู่ตลอดเวลา

แล้ว Gen Y ต้องการอะไรในการทำงานบ้าง ก็มีงานวิจัยที่แสดงออกมาให้เราเห็นความต้องการของ Gen Y ดังนี้ครับ

ต้องการค่าตอบแทนที่ดี Gen Y ต้องการค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินมากกว่าพวกสวัสดิการต่างๆ ดังนั้นการที่เราจะดึงดูดและรักษา Gen Y ให้ได้ จะต้องมีระบบการบริหารค่าจ้างเงินเดือนที่เน้น package ไปที่ตัวเงินมากกว่า ค่าตอบแทนประเภทอื่นๆ

ต้องการความอิสระในการทำงาน ดังนั้นการออกแบบการทำงานแบบยืดหยุ่น จึงสามารถที่จะจูงใจ Gen Y ให้สนใจทำงานได้ดีกว่า การให้เขาทำงานในกรอบที่แน่นอน องค์กรที่ต้องการดึงดูดและรักษา Gen Y ก็มักจะสร้างระบบการทำงานแบบยืดหยุ่นมากขึ้น มีเวลาทำงานแบบยืดหยุ่น ไม่ตายตัว

ต้องการความชัดเจนในเรื่องของเส้นทางความก้าวหน้าทางสายอาชีพ ดังนั้นการที่เราจะทำให้ Gen Y อยู่ทำงานกับเราไปนานๆ นั้นองค์กรจะต้องจัดให้มีเรื่องของระบบความก้าวหน้าทางสายอาชีพอย่างชัดเจน และต้องสื่อสารให้เข้าใจทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เขามองเห็นว่าตนเองจะสามารถเติบโตไปไหนได้บ้าง ด้วยเงื่อนไขอะไร

ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงในการทำงาน เนื่องจากเป็นคนที่ขี้เบื่อก็เลยต้องการการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นนโยบายในเรื่องของการโอนย้ายการทำงาน ก็น่าจะเข้ามามีส่วนช่วยได้มาก โดยผูกเรื่องของการโอนย้ายงานกับเรื่องของความก้าวหน้าทางสายอาชีพไว้ ก็จะทำให้เขารู้สึกไม่เบื่อที่จะทำงานในองค์กรเดียวไปนานๆ
ต้องการให้คนอื่นรับรู้ว่าตนเองเป็นคนเก่ง ดังนั้นการที่เราจะรักษา Gen Y ให้ได้นั้น คนที่เป็นหัวหน้าของเขาจะมีความสำคัญมาก ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแบบพี่น้อง มากกว่าแบบเจ้านายกับลูกน้อง Gen Y ชอบที่จะได้รับ Feedback จากหัวหน้าว่าตนเองทำงานได้ดี หรือไม่ดีอย่างไร พร้อมทั้งอยากได้กำลังใจจากหัวหน้าด้วย เหมือนกับเป็นคนขาดความอบอุ่น ถ้าหัวหน้าสามารถให้ความอบอุ่นได้ด้วย เป็นพี่ที่ดีเข้าใจเขา รับฟังเขาอย่างเข้าใจ เราก็จะสามารถซื้อใจ Gen Y ได้ไม่ยาก

สิ่งที่เขียนมานั้นเป็นการสรุปจากงานวิจัย และข้อเขียนต่างๆ ที่ได้เคยอ่าน และเคยประสบมา รวมทั้งจากประสบการณ์ตรงที่มีลูกน้องเป็น Gen Y ก็คงต้องกลับไปพิจารณา และลองทำดูนะครับ และถ้าเราสามารถที่จะหาทางรับมือกับ Gen Y ได้ การทำงานในองค์กรก็จะราบรื่นยิ่งขึ้น และไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับพฤติกรรมที่เราไม่ค่อยชอบใจ ก็ขอให้เราเข้าใจ และปรับตัวเองให้เข้ากับคนรุ่นนี้ได้ ก็จะทำงานด้วยกันได้ไม่ยาก   

ที่มา : Casanovee Lady