ผู้เขียน หัวข้อ: ทำดีให้ถูก จงทำแต่ความดีที่ถูกต้อง  (อ่าน 110 ครั้ง)

administrator

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1315
    • ดูรายละเอียด

จงทำแต่ความดีที่ถูกต้อง   แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกใจ

จงอย่าทำแต่สิ่งที่ถูกใจ       แต่เป็นสิ่งไม่ถูกต้องฯ

     การครองตนคือการสำรวมระวังรักษาตนให้ดำรงอยู่แต่ในคุณความดี เพื่อให้การดำเนินชีวิตของตนไปในทางที่ดีกอปรด้วยสารประโยชน์เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและสันติสุขของชีวิตยิ่งขึ้นไป มิให้ตกไปในทางที่ชั่วคือไม่ให้เป็นไปในทางที่ไม่ดีและไม่ประกอบด้วยสารประโยชน์อันเป็นเหตุให้ถึงความเสื่อมหรือถึงความล้มเหลวแห่งชีวิตและความเดือดร้อนในภายหลังได้

     การสำรวมระวังตนคือการสำรวมระวังความประพฤติของตนให้เป็นไปแต่ในทางที่ดีตามทำนองคลองธรรมและกฎหมายของบ้านเมืองรวมทั้งระเบียบข้อบังคับต่างๆที่ตราขึ้นตามทำนองคลองธรรม ให้เหมาะสมกับกาลสมัยสถานการณ์แวดล้อมของบุคคลและสถานที่และเป็นความประพฤติที่มีสารประโยชน์

     การครองตนที่ดีคือการตั้งกาย ตั้งวาจาและตั้งใจของตนไว้โดยชอบอันเป็นมงคลสูงสุดประการหนึ่ง หลักการครองตนต้องมีหลักธรรมคือสติสัมปชัญญะ หิริโอตตัปปะ ศัลสังวรและอินทรีย์สังวร  สติคือความระลึกได้หรือการยับยั้งชั่งใจ พิจารณาเห็นด้วยปัญญาก่อนที่จะพูดหรือจะทำการใดๆว่านี้เป็นความดีหรือความชั่ว เป็นบุญหรือเป็นบาป เป็นคุณหรือเป็นโทษ เป็นทางเจริญแก่ชีวิตหรือเป็นทางเสื่อมแก่งชีวิตที่ไม่ควรดำเนินตามที่เป็นจริง

      ถ้าเผลอสติคิดผิด พูดผิดแล้วรู้เท่าทันความผิดพลาดไปแล้วรีบกลับตัวกลับใจ คิดพูดทำในทางที่ดีความรู้ทันการกระทำเช่นนี้เรียกว่าสัมปชัญญะหรือปัญญา ถ้ามีหิริโอตตัปปะคือความละอายและความกลับบาป ความสำรวมในศีล สำรวมตัวไม่ให้หลงสยบอยู่กับกับอารมณ์ที่น่ารักและไม่หลงเคียดแค้นอารมณ์ที่ไม่น่ารัก ก็จะยิ่งมีอานุภาพสูง

     ปัญหาคนไร้ศีลธรรมมีแต่ความเห็นแก่ตัวจัด โหดเหี้ยม ฉ้อราษฏร์บังหลวง การรีดไถ การใช้อำนาจไม่เป็นธรรมของผู้มีอำนาจ ปัญหาวัยรุ่นใจแตก ความเละเทะสำส่อนในกิเลสกาม ปัญหาการคิดฆ่าตัวตายล้วนแต่เกิดจากการขาดสติสัมปชัญญะ กรรมดีกรรมชั่วเป็นของเฉพาะตน ใครทำกรรมดีก็ได้ผลดี ส่วนใครทำกรรมชั่วก็ย่อมเดือดร้อนเอง ความชั่วจึงไม่ควรทำเลยดีกว่าทำ ความชั่วจะเผาผลาญในภายหลัง กรรมใดที่ทำแล้วไม่เดือดร้อนภายหลังกรรมนั้นเป็นกรรมดีทำแล้วประเสริฐกว่า

      เพราะฉะนั้นผู้ปรารถนาความเจริญความสุข ไม่ชอบความไร้สาระ พึงปฏิบัติดีจึงจะได้รับความสันติสุข  ไม่ควรทำชั่วทุกอย่าง ควรทำความดีให้มากๆ ทำใจให้ผ่องใส เมื่อทานกุศล ศีลกุศล ปัญญากุศลเกิด สติสัมปชัญญะก็เกิด ความสำรวมในศีลก็เกิด  สติสัมปชัญญะคือคุณธรรมเครื่องช่วยคุ้มครองตนทำให้ตนรู้จักยับยั้งชั่งใจ หิริโอตตัปปะทำให้เกิดความละอายบาปและเกรงกลัวบาป  สีลสังวร อินทรีย์สังวรจะเกิดเพราะการละชั่ว ทำดีและชำระใจให้ผ่องใส

     บัณฑิตผู้มีปัญญาจึงสนใจใส่ใจศึกษาอบรมตนโดยยึดหลักการไม่ทำบาปทั้งปวง ทำความดีทุกชนิดและการทำจิตให้ผ่องใสผ่องแผ้ว เป็นการครองตนให้อยู่ในความดี ไม่ตกไปสู่ที่ชั่ว เพื่อสร้างพระในใจตนคืออบรมตนให้มีใจเป็นพระคือปฏิบัติตามแนวสิกขาสามคือ การรักษาศีลอันยิ่ง การอบรมจิตให้ยิ่ง การอบรมปัญญาอันยิ่งกว่าคนทั่วไป นี้คือหลักการครองตนแบบวิถีพุทธ ใครประมาทไม่ปฏิบัติตามก็ไม่ได้รับผลดี

     การฝึกอบรมกายวาจาใจตามศีลสมาธิปัญญาตามแนววิถีพุทธหรือมรรคมีองค์ 8 ของพระภิกษุอาจมีวิธีที่แตกต่างกันบ้างคล้ายกันบ้างแต่ก็มีจุดประสงค์อันเดียวกันคือชำระกิเลสให้สิ้นให้ถึงพระนิพพานอันเป็นเหตุสิ้นทุกข์ด้วยกันทุกวัด การเกิดมาพบพุทธศาสนานับเป็นมงคล แต่ชีวิตนี้สั้นนัก ไม่รู้ว่าจะตายวันไหน จึงควรปฏิบัติให้รู้บาปบุญคุณโทษตามความเป็นจริง เราพึงพิจารณากิจวัตรประจำวันของตนแล้วแบ่งเวลาให้แก่ตนเอง ตัดสิ่งที่ไร้สาระออกไปเสียบ้าง แล้วตั้งใจปฏิบัติตนในสิ่งที่เป็นสารหรือในไตรสิกขาได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญาด้วยตนให้มากขึ้น เพราะผู้ฝึกตนดีแล้วย่อมได้ที่พึ่งที่ได้โดยยาก

     สิ่งที่เป็นที่พึ่งของคนมีสองชนิดคือที่พึ่งทางกายได้แก่ทรัพย์สมบัติ ที่พึ่งของจิตใจคือธรรมที่มีอุปการะเพราะอุดหนุนให้ความดีต่างๆเพิ่มขึ้นได้แก่ การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย ความเป็นผู้สดับตรับฟังมาก การมีเพื่อนดี การเป็นคนว่าง่ายสอนง่าย การเอาใจใส่ในกิจธุระ ความรักธรรมะ การเพียรละชั่วทำดี การพอใจความมักน้อยสันโดษ การจดจำสิ่งที่ทำคำที่พูดแม้นานได้ และความรอบรู้สิ่งต่างๆตามความเป็นจริง ผู้ใดมีที่พึ่งเหล่านี้ย่อมมีสุข ผู้ไม่มีธรรมเป็นที่พึ่งเหล่นี้ย่อมอยู่เป็นทุกข์

     ผู้ฝึกตนดีแล้วย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้โดยยาก จึงสามารถครองตน รักษาตนให้ตั้งอยู่แต่ในความดีที่ยิ่งๆขึ้นไป ประสบความสันติสุขยิ่งๆขึ้นไปได้ แต่ถ้าประมาท ขาดสติสัมปชัญญะ ขาดหิริโอตตัปปะ ขาดศีลสังวร ขาดอินทรีย์สังวรเมื่อใดเมื่อนั้นท่านจะต้องประสบกับความทุกข์ความเดือดร้อนจากบาปอกุศลหรือความชั่วความหลงผิดด้วยมิจฉาทิฏฐิคือความเห็นผิดๆหรือหลงผิดตามผู้อื่นอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงและไม่มีข้อยกเว้นใดๆเลย

     การทำดีในทางพระพุทธศาสนาท่านเรียกความดีว่าบุญ เรียกความชั่วว่าบาป การทำดีที่พระสอนให้ทำบ่อยๆคือ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา อ่อนน้อมถ่อมตน ช่วยเหลือรับใช้ผู้อื่น แบ่งปันความดีของตนไปให้ผู้อื่น ยินดีในความดีของคนอื่น หมั่นฟังธรรมบ่อยๆ อ่านหนังสือธรรมบ่อยๆ  เอาธรรมะไปบอกเล่าให้คนอื่นฟัง มีความคิดเห็นคล้อยตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เช่น เชื่อกฎแห่งกรรรม เชื่อในโลกธรรมที่ครอบงำสัตว์โลกและสัตว์โลกก็เป็นไปตามอำนาจโลกธรรมฯ

ที่มา วัดปากคาด.คอม