ผู้เขียน หัวข้อ: ตัวอย่างบุคคล ล้มแล้วลุก ธุรกิจอสังหา ประทีป ตั้งมติธรรม  (อ่าน 221 ครั้ง)

administrator

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1311
    • ดูรายละเอียด


ประทีป ตั้งมติธรรม
       
       ประทีป ตั้งมติธรรม จากชีวิตที่เคยติดลบกลับกลายเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของอาณาจักรหมื่นล้านนามว่า “ศุภาลัย”
       
       คำว่า “จน” สำหรับบางคนอาจหมายถึง “มีน้อย” สำหรับบางคนอาจหมายถึง “ไม่มี” แต่คำว่า “จน” ของด.ช.ประทีป ตั้งมติธรรม นั้น หมายถึง “เป็นหนี้” ถึงแม้ครอบครัวของประทีปจะมีกิจการค้าไม้และวัสดุก่อสร้างใหญ่โตหลายคูหา ซึ่งดูจากภายนอกคนทั่วไปยากนักที่จะทราบว่า ความเป็นอยู่ของคนในบ้านกำลัง “อัตคัด” ช่วงที่ครอบครัวลำบากว่า เริ่มต้นขึ้นจากกิจการที่บ้านมีการขาย “เชื่อ” ให้ผู้รับเหมา และถูกผู้รับเหมาบางคนเบี้ยวหนี้ไปเป็นจำนวนมาก ทำให้เงินทุนร่อยหรอ จนต้องไปแลกเช็คกู้หนี้ ยืมสินมาจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ด้วยดอกเบี้ยแสนโหด เมื่อสภาพคล่องลด สินค้าในร้านเหลือน้อย ก็ยิ่งทำให้ขายของได้ยากขึ้น บางวันขายไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ขณะที่รายได้จากการขายของลดลง แต่รายจ่ายยังคงมีทุกวัน รวมทั้งดอกเบี้ยแพงๆ ด้วย
       
       ยังไม่ทันฟื้นสภาพได้ พ่อของประทีป ก็มาด่วนจากไปเสียก่อนด้วยอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิต พี่ชายคนโต “ชวน” และพี่สาวคนที่ 2 “ดารณี” ตัดสินใจเดินออกจากสถานศึกษาเพื่อลดรายจ่ายและทำงานหาเงินมาจุนเจือทางบ้าน ส่วน “ประทีป” และน้องชายคนเล็ก “ประศาสน์” ได้เรียนต่อ โดยเลือกเรียนต่อในโรงเรียนรัฐบาล ประทีป ตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมที่ “University of Illinois at Urbana-Champaign” สหรัฐอเมริกา ด้วยเงินติดกระเป๋าที่หาได้เอง 40,000 บาท แม่และพี่สาวสมทบให้อีกคนละ 10,000 บาท รวมเป็น 60,000 บาท ถือเป็นครึ่งเดียวของเงินที่ต้องใช้ในการเรียน 1 ปี
       
       ประทีป เดินทางกลับสู่บ้านเกิดพร้อมเงินสดอุ่นๆ ที่กำไว้ในมือราว 1 แสบบาทเศษ ซึ่งเป็นเงินทุนตั้งต้นก่อนจะมาเป็น “ศุภาลัย” อย่างในวันนี้ โดยเริ่มต้นจากการลงหุ้นกับ “ชวน” ผู้เป็นพี่ชาย เพื่อสร้าง “หมู่บ้านชวนชื่น-ประชาชื่น” ก่อนจะขยายงานต่อเนื่องมาเรื่อย และจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล มั่นคง สถาปัตย์ จุดกำเนิดของบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด ในเวลาต่อมา
       
       สองพี่น้องจะแยกทางกันเดิน เนื่องจากมุมมองในการทำธุรกิจไม่เหมือนกัน ประทีป จึงตัดสินใจทิ้งหุ้นส่วนน้อยไว้ที่มั่นคงเคหะการ และหอบเงินอีกจำนวนหนึ่งมาสร้างฝันของตัวเองในชื่อว่า “ศุภาลัย” ซึ่งเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด และกลายเป็นอาณาจักรหมื่นล้านได้อย่างในปัจจุบัน
       
       “ชีวิตผมต้องบาลานซ์ระหว่างความกล้า กับความกลัว คนทุกคนเกิดมาพร้อมกับความกลัวอยู่แล้ว แต่ถ้าเราเข้าใจ และเรียนรู้ รู้เหตุรู้ผล ก็จะทำให้ความกลัวนั้นหายไปได้
       
       อีกหนึ่งต้นทุนสำคัญที่ทำให้ประทีปมีวันนี้ได้ คือ “ความน่าเชื่อถือ” ซึ่งผู้บริหารรายนี้ให้ความสำคัญมาก
       
       “เราไม่กู้เกินทุนที่มี และที่สำคัญคือต้องมีความรู้ ยิ่งรู้มากก็ยิ่งเสี่ยงน้อย โดยเราพยายามหาคำตอบว่าแนวทางที่ถูกต้องคืออะไร ลองผิดลองถูก ทำแล้วไม่ดีก็เลิก แต่ก็ต้องทำถูกมากกว่าทำผิด เพราะถ้าทำผิดบ่อยความน่าเชื่อถือก็ไม่เกิด และสิ่งที่เราจะไม่ทำเด็ดขาด คือ ไปโกงเขามา ความน่าเชื่อถือจึงเป็นต้นทุนที่สำคัญของเรา”
       
       ปัจจุบัน เป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 50 ของประเทศไทย จัดอันดับโดย Forbes มีมูลค่าทรัพย์สิน 305 ล้านดอลลาร์สหรัฐ