ผู้เขียน หัวข้อ: ข้าวโปง..อร่อยมากๆ  (อ่าน 764 ครั้ง)

Mimo

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 156
    • ดูรายละเอียด
ข้าวโปง..อร่อยมากๆ
« เมื่อ: 19/06/16 »
ขนมโบราณหายาก







หน้าตาของขนมข้าวโปงคะ

หลายคนไม่รู้จักว่าหน้าตามันเป็นอย่างไรพลอยเข้าใจผิดไปว่ามันคือขนมแดกงาที่จริงแล้วมันไม่ใช่

เห็นหน้าตามันแล้วคิดว่าน่าจะทำกันง่ายๆ หมูๆ แต่จริงแล้วไม่หมูอย่างที่คิดเลยแฮ้


เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า

เริ่มจากมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีเชื้อสายมอญ ประมาณ 15 ครอบครัว อพยพมาจาก ตำบล หนองหลวง อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ มาอยู่ที่ หมู่บ้าน ท่าเสลี่ยง หมู่ 3 ตำบล. คณฑี อำเภอ. เมือง จังหวัดกำแพงเพชร

ครอบครัวของคุณยายสุวรรณ ก้อนจันทร์เทศ ก็เป็นครอบครัวหนึ่งที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานใหม่ อยู่ในหมู่บ้านท่าเสลี่ยง บ้านเลขที่ 343 หมู่ 3 ตำบล. คณฑี อำเภอ. เมือง จังหวัดกำแพงเพชร

ครอบครัวของคุณยายสุวรรณไม่ใช่แค่อพยพย้ายมาอยู่ที่นี่เพียงอย่างเดียว แต่ยังนำวัฒนธรรม และภูมิปัญญาติดตัวมาด้วย เช่น ภูมิปัญญาทางด้านอาหาร อย่างขนมข้าวโปลงนั้นเอง

คุณยายเล่าให้ฟังว่าขนมข้าวโปลงเนี่ยก็ถือว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างหนึ่งทางด้านอาหาร คุณยายบอกว่าคุณยายรู้จักขนมข้าวโปลงมาตั้งแต่จำความได้ มันเป็นขนมโบราณ ที่นิยมทำกินกันในสมัยก่อน เป็นขนมที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษแล้ว และยังเชื่อกันว่าเป็นขนมของชาวมอญที่สืบทอดต่อกันมา

คุณยายยังเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อก่อนตอนยายย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ทำขนมกินกันคนที่นี้เค้าแปลกใจกันว่ามันคือขนมอะไร เค้าเข้าใจว่าเป็นขนมแดกงา เพราะมันก็คล้ายๆแดกงาอยู่เหมือนกัน  แต่พอมาอยู่ได้หลายปีคนที่นี้ก็เริ่มรู้จักกันมากขึ้น บางคนก็ชอบกินไปเลยก็มี

ช่วงที่จะทำขนมกินนั้น จะเป็นช่วงหน้าหนาว เพราะในสมัยก่อนนั้นหน้าหนาวจะหนาวมาก บวกกับกระบวนการในการทำขนมนั้นต้องใช้กำลังในการตำข้าวเหนียว และข้าวเหนียวที่นึ่งสุก ใหม่ๆ จะร้อน ช่วยทำให้ลดความหนาวลงได้บ้างนั้นเองค่ะ





 ส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ข้าวเหนียว ถั่วลิสง งาดำ น้ำตาลปีบ และเกลือป่น

อย่างรู้กันแล้วใช่มั้ยล่ะ ว่าจะทำอย่างไร

 วิธีทำมันจะว่ายากมันก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย แต่ขั้นตอนการทำมันยุ้งยากนิดนึง ...มาดูกันเลยว่าทำอย่างไร

ขั้นตอนแรก นำข้าวเหนียวแช่น้ำไว้ไปซาวน้ำออก แล้วนำน้ำมาใส่ใหม่ แช่ทิ้งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมง             

 
จากนั้นก็นำงาดำมาล้างน้ำให้สะอาดก่อนนะคะแล้วนำไปขัดเพื่อเอาเปลือกออก นำงาดำที่ขัดแล้วไปตากแดดให้แห้งหรือแค่พอหมาดๆก็ได้

(ข้อเสริมนิดนึงนะคะ คุณยายเล่าให้ฟังว่างาที่ใช้ถ้าจะต้องซื้อ จะต้องเป็นงาลาว สงสัยกันใช่มั้ยล่ะคะว่างาลาวเป็นอย่างไร งาที่จริงจะมีสองชนิดคืองาลาวกับงาลาน ? แอ๊ะ แล้วจะรู้ได้อย่างไงว่าเป็นงาลาวหรืองาลาน คำตอบก็คือ งาลาวคืองาที่นำมามัดแล้วแขวนตากบนลาว งาชนิดนี่จะสะอาดไม่มีเม็ดทรายหรือกวดปนอยู่ส่วนงาลานงาชนิดนี้จะเป็นงาที่ตากกันบนลานปูนและมักจะมีเม็ดทรายหรือเม็ดกวดปนอยู่ แต่ทางที่ดีนะคะใช้งาที่ปลูกเองจะดีกว่า)                 


 ในระหว่างที่รอให้งาแห้ง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราก็นำถั่วลิสงดิบที่เตรียมไว้มาคั่วให้สุกจากนั้นก็นำถั่วลิสงที่คั่วสุกแล้วมาขัดเพื่อเอาเปลือกออกค่ะ             

                   
แล้วทำไมต้องคั่วถั่วด้วย? = ก็เพราะคั่วให้ถั่วสุกและมีกลิ่นหอมนั้นเองค่ะ

จากนั้นก็นำงาที่ตาแห้งแล้วมาคั่วให้เหลือง แล้วก็นำงาที่คั่วเสร็จไปฝัดเพื่อเอาเปลือกงาที่ขัดไว้ออก
         
แล้วทำไมจะต้องคั่วและฝัดงาด้วย เอ๋อ ไอ้ที่คั่วงาก็เพราะต้องการที่จะให้งาสุกเหลืองมีกลิ่นที่หอม สวนการฝัดงาก็เพราะวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการเอาเปลือกงาที่ขัดไว้ออกนั้นเอง

 พอเสร็จจากการฝัดงา ข้าวเหนียวที่แช่ไว้ก็ได้ที่  นำข้าวเหนียวที่แช่ไว้ไปนึ่งให้สุกกันก่อนนะคะ                     

ระหว่างที่รอข้าวเหนียวสุก เราก็มาทำไส้ขนมกัน เริ่มจากการนำถั่งลิสงที่คั่วเอาเปลือกออกแล้วเนี่ยมาตำในครกไม้ ให้พอระเอียด แล้วแบ่งถั่วลิสงที่ตำไว้เล็กน้อยเพื่อเอาไว้คุกกับขนมที่ปั้นเสร็จแล้ว  จากนั้นนำงาที่คั่วแล้วมาใส่ตำรวมกัน ตำจนละเอียดนำน้ำตาลปีบที่เตรียมไว้มาใส่ ใส่เกลือป่นตามลงไปเล็กน้อย  ตำคุกเค้าให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำไส้ขนมแล้วค่ะ         


                       
 ทำไส้ขนมเสร็จแล้ว ข้าวเหนียวที่นึ่งไว้ก็สุกพอดีค่ะ นำข้าวเหนียวที่สุกแล้วไปตำในครกไม้ให้ละเอียด ขั้นตอนการตำข้าวเหนียวจะต้องมีผู้ช่วยนะคะ จะทำคนเดียวไม่ได้ เพราะข้าวเหนียวจะกระเดนออกจากครก จากนั้นก็นำข้าวเหนียวที่ตำเสร็จ ไส่ใส้ที่เตรียมไว้ ปั้มรูปทรงตามชอบ แล้วนำมาคุกกับถั่วที่แบ่งไว้ เพื่อไม่ให้ข้าวเหนียวที่ปั้นเสร็จแล้วติดกัน แค่นี้ก็เป็นการเสร็จขั้นตอนและกระบวนการทำขนมข้าวโปลงแล้วค่ะ


  แหล่งข้อมูล :     https://www.gotoknow.org