ผู้เขียน หัวข้อ: สุดยอด "งาดำ"  (อ่าน 855 ครั้ง)

Mimo

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 156
    • ดูรายละเอียด
สุดยอด "งาดำ"
« เมื่อ: 19/05/16 »
สรรพคุณและประโยชน์ของงาดำ

ประโยชน์จากงาดำ – น้ํามันงาดําสกัด – หมักผมด้วยน้ํามันงา – สรรพคุณของงาดำลดความอ้วน




คุณประโยชน์หลากประการของน้ำมันงาดำสกัดเย็น

(Benefits of Cold Pressed Black Sesame Oil)

    1.ลดอาการของโรคไขข้อเสื่อมและอักเสบ (Anti Arthritis)
    2.วิตามินอีสูง ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ (High in Vitamin E)
    3.เสริมสร้างกระดูก (Rebuild and Maintain Bone Health)
    4.มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง (High in Good Fat to improve to HDL Level)
    5.บำรุงและขับพิษตับและไต (Nourish and Detoxify Liver and Kidneys)
    6.ช่วยลดความดัน(Anti Hypertensions)
    7.ลดอาการภูมิแพ้ (Anti Allergy)
    8.ป้องกันเซลล์ลและดีเอ็นเอจาการทำลายและเสื่อมโทรม
    (Protect Cells and DNA from  Damaging)
    9.ต่อต้านและยับยั้งเชั้อมะเร็ง (Anti Cancer)
    10.ล้างหลอดเลือด ลดความดันโลหิต บำรุงหัวใจ(Clean Cardiovascular System to Imporve Blood Pressure and Nourish the Heart)
    11.ช่วยป้องกันและรักษาเบาหวาน (Prevent and Treat Diabetes Mellitus)
    12.บำรุงสมอง(Nourish and Booth Brain Functions)
    13.เพิ่มภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัด (Booth Immunity to Influenza)
    14.ลดอาการปวดท้องประจำเดือน( Pre Menopausal Pain Disorder)
    15.ลดน้ำหนักด้วยการกินไขมัน(Weight Control)
    16.เพิ่มสมรรถภาพทางเพศและบดปัญหาการมีบุตรยาก (Treat Impotent and Infertility)
    17.การเพิ่มความสูงในวัยเด็ก (Increase Height in Teenagers)
    18.เสริมแรง แก้อ่อนล้า (Treat Chronic Fatique Syndrome)
    19.ลดอาการหมักหมมในช่องท้องและสำไส้ (Reduce Osbtruction of Toxin in Digestive Organs)
    20.ลดอาการตะคริวกล้ามเนื้อ (Anti Muscle Spasm)
    21.บำรุงผิวพรรณและเส้นผม(Nourish Skin and Hair)

กินน้ำมันงาดำ ได้วิตามินอีสูง ช่วยชะลอความแก่ ต่อต้านความเสื่อม

 
vitaminEวิตามินอี เป็นสารที่เราควรได้รับเข้าสู่ร่างกายทุกวัน เพราะวิตามินอีมีบทบาทในการต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่รักการบำรุงผิวพรรณ, เส้นผม อยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ วิตามินอียังช่วยให้หลอดเลือดของเรามีการยืดหยุ่นที่ดี และก็ยังดีต่อหัวใจเราอีกด้วย

การรับประทานวิตามินอีในรูปแบบอาหารเสริมนั้น ก็จะช่วยให้ร่างกายของเราสามารถต่อต้านความเสื่อมและชะลอความแก่ได้ ในน้ำมันงาดำนั้น มีวิตามินอีธรรมชาติในกลุ่ม โทโคฟีรอล (Tocopherol) และกลุ่มโทโคไตรอินอล (Tocotrienol) อยู่สูง สำหรับคนปกติทั่วไป แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำให้รับประทานวัน 400-600 IU แต่หากในกรณีที่ต้องใช้สำหรับรักษาผู้ป่วย แพทย์อาจจะให้รับประทานในปริมาณที่สูงขึ้นหลายเท่า ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบดีว่า การรับประทานวิตามินอีธรรมชาติ แบบที่มีอยู่ในน้ำมันงาดำนั้นไม่เป็นอันตรายหรือมีผลข้างเคียงใดๆ

ข้อดีของการรับประทานวิตามินอีที่มาในรูปแบบของน้ำมันงาดำสกัดเย็นซึ่งเป็นในรูปแบบธรรมชาตินั้นก็คือ จะทำให้เกิดการดูดซึมได้สูง และยังไปช่วยในการส่งเสริมให้วิตามินอีในรูปอื่นๆ ที่มีอยู่ในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้นด้วย

นอกจากสรรพคุณที่เป็นเลิศในด้านต้านอนุมูลอิสระที่เหมือนยาอายุวัฒนะในการต่อต้านความเสื่อมหรือชะลอวัยแล้วนั้น วิตามินอียังมีประโยชน์ในการปกป้องและขับสารพิษ, ป้องกันและรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตา, ช่วยบำรุงสมอง, ลดไขมันคอเลสตอรอล, ช่วยย่อยและควบคุมน้ำตาล, ช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผม, ช่วยเร่งการซ่อมแซมผิวและปกป้องแสงแดดที่จะมาทำลายผิว, และยังลดโอกาสเกิดการข้นของเลือด ซึ่งทำให้ลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจนั่นเอง

    

ประโยชน์ของน้ำมันงาบริสุทธิ์สกัดเย็น
- ใช้หมักผม ทำให้ลื่นดกดำเป็นเงางาม ไม่แห้งแตกปลาย ชโลมให้ทั่วศีรษะ คลุมด้วยผ้า ทิ้งไว้ 1/2 ชม. แล้วล้างด้วยน้ำอุ่น ทำ 2 ครั้ง/สัปดาห์
- ใช้นวดตัวและบำรุงผิว นวดทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ผิวจะนุ่มชุ่มชื่น สดใส ไม่แห้งกร้าน
- ใช้หยดปรุงอาหารได้ทุกชนิด ไม่ควรใช้น้ำมันงาสกัดเย็นไปปรุงอาหารขณะที่กำลังร้อน เพราะแทนที่จะได้ไขมันที่ดีจากน้ำมันงาสกัดเย็น จะได้รับไขมันอิ่มตัวจากน้ำมันงาสกัดเย็นแทน แต่ถ้าทำอย่างถูกวิธีคือ ใช้น้ำมันงาสกัดเย็นเหยาะอาหารหลังจากปรุงเสร็จแล้ว จะช่วยลดไขมันในเลือด พร้อมเสริมคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างดี
- ใช้ทาถูนวดแก้ขัดยอก ลดการอักเสบ ช่วยบำรุงกระดูก เนื้อเยื่อ และระบบประสาท
น้ำมันงาสกัดเย็นมีประโยชน์มากมาย สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม



Oil Pulling ?
Oil Pulling: การใช้น้ำมันช่วยดูดสารพิษในร่างกาย ซึ่งช่วยรักษาโรคหรืออาการบางอย่างได้ เป็นวิธีธรรมชาติที่สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน แตได้ผลมากจริงๆ เนื่องจากในปากของคนเรามีแบคทีเรียที่อาศัยเศษอาหารที่เรารับประทานเเข้าไปอยู่ หากในปาก เหงือก หรือเนื้อเยื่อในช่องปากของเรามีแผล จะทำให้แบคทีเรียสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยง่าย เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลายชนิด ตั้งแต่โรคไขข้ออักเสบไปจนถึงโรคหัวใจ

โดยปกติเมื่อเราบ้วนปากด้วยน้ำเปล่า สิ่งที่ถูกบ้วนออกมาจะเป็นเศษอาหารและสิ่งที่ไม่ใช่น้ำมันหรือไขมันของแบคทีเรีย เพราะโดยปกติน้ำกับน้ำมันจะแยกกันอยู่ ซึ่งต่างจากการนำน้ำมันมารวมกันจะดึงดูดซึ่งกันและกัน นั่นคือเมื่อเราทำออยพูลลิ่ง (Oil Pulling) เนื้อเยื่อที่เป็นน้ำมันหรือไขมันของแบคทีเรียจะถูกน้ำมันดูดออกจากที่ซ่อนและติดแน่นอยูในส่วนผสมของน้ำมัน เมื่อแบคทีเรียรวมทั้งพิษร้ายที่เกิดจากแบคทีเรียถูกดูดออกไป จึงทำให้ร่างกายได้ทำการฟื้นฟู การอักเสบทั้งหลายกลับเป็นปกติ รวมถึงเนื้อเยื่อที่เสียหายได้รับการซ่อมแซม จนกลับมามีีสุขภาพที่ดีได้

     

วิธีการของ Oil Pulling:

หลังจากล้างหน้าแปรงฟันในตอนเช้า ให้เทน้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ แล้วอมไว้ ระหว่างที่อมน้ำมันงา ก็ให้กลั้วไปมาให้ทั่วปาก โดยทำประมาณ 15-20 นาที จากนั้นก็บ้วนทิ้งลงถุงพลาสติกหรือกระดาษทิชชู่ น้ำที่ออกมาจะเป็นสีขาวเพราะน้ำมันจะดูดสารพิษที่อยู่ในร่างกายเราออกมา อย่าบ้วนลงอ่างล้างหน้า เพราะสารพิษที่ถูกดึงออกมาจะติดอยู่ที่อ่างล้างหน้า จากนั้นให้บ้วนปากและล้างฟันให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า การอมน้ำมันงาต้องทำอย่างต่อเนื่อง 2-3 เดือนจะเห็นผล

หมายเหตุ:
1. ต้องเป็นน้ำมันงาสกัดเย็นเท่านั้น (Cold Pressed)
2. ควรทำขณะท้องว่าง ก่อนมื้ออาหาร อาจทำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
3. ห้ามกลืนน้ำมันที่อมไว้ลงไป เพราะน้ำมันที่เราได้อมไว้นั้นจะมีสารพิษปนอยู่
4. ถ้าแพ้น้ำมันตัวใดตัวหนึ่งก็ควรเปลี่ยนไปใช้น้ำมันชนิดอื่นแทน เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

ผลลัพธ์ของการทำ Oil Pulling:

1. หินปูนจะค่อยๆ หายไป
2. อาการเลือดออกตามไรฟันที่เคยเป็น จะหายไป
3. อาการเสียวฟันหายไป
4. ฟันและเหงือกแน่นขึ้น
5. ฟันขาว
6. อาการไมเกรนหายไป
7. อาการเจ็บคอ
8. ลดรอยคล้ำใต้ตา
9. รากผมแน่นขึ้น ผมร่วงน้อยลง

แหล่งข้อมูล : http://น้ํามันงาดํา.net  , http://www.bestbuythailand.com