ผู้เขียน หัวข้อ: บัวหิมะ..ช่วยคุณได้  (อ่าน 943 ครั้ง)

Mimo

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 156
    • ดูรายละเอียด
บัวหิมะ พืชกินหัวมากสรรพคุณ อีกหนึ่งอาหารที่คุ้มค่าต่อการลิ้มลองเพื่อสุขภาพที่ดี

   
         
          บัวหิมะ หรือ ผลบัวหิมะ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Smallanthus sonchifolius ชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Yacon หรือที่คนจีนรู้จักกันในชื่อ เสวี่ยเหลียนกว่อ เป็นพืชใต้ดิน มีต้นกำเนิดใน ประเทศแถบอเมริกาใต้ อยู่ในวงศ์เดียวกับดอกทานตะวัน มีลักษณะต้นคล้ายกับมันเทศ ความสูงของต้น 2-3 เมตร ลักษณะดอกคล้ายกับดอกเดซี่ มีกลีบดอกเล็ก ๆ สีเหลืองประมาณ 14-15 กลีบ ในแต่ละต้นเมื่อโตเต็มที่จะมีดอกประมาณ 4-5 ดอก

ผลบัวหิมะมักถูกนำมาใช้รับประทานเป็นอาหารและผลิตเป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติ เช่น น้ำเชื่อมบัวหิมะ เนื่องจากอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี เซเลเนียม นอกจากนี้ยังเป็นพืชที่มีแคลอรีไม่สูงมากนัก โดยผลบัวหิมะ 100 กรัม มีพลังงาน 54 กิโลแคลอรี ทำให้ผลบัวหิมะกลายเป็นอาหารในการลดน้ำหนักที่ได้รับความสนใจไม่น้อย

บัวหิมะ สรรพคุณทรงคุณค่า ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติอร่อย

          บัวหิมะเป็นพืชที่มีสรรพคุณเกี่ยวกับสุขภาพมากมาย เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหาร โดยประโยชน์ของบัวหิมะมีดังนี้ค่ะ

1. ช่วยในการลดน้ำหนัก

          น้ำตาลจากธรรมชาติของบัวหิมะมีส่วนช่วยลดน้ำหนักได้ โดยการศึกษาในปี 2009 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ Clinical Nutrition เผยว่า ผู้หญิงที่รับประทานน้ำเชื่อมบัวหิมะในปริมาณ 0.14-0.29 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ติดต่อกันอย่างน้อย 120 วัน จะทำให้น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย และรอบเอวลดลง ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าน้ำเชื่อมบัวหิมะจะเข้าไปสร้างความรู้สึกอิ่มให้กับร่างกาย ช่วยให้ความอยากอาหารลดลง

2. ลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์

          ในบัวหิมะมีน้ำตาลชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ (Fructooligosaccharide) มีคุณสมบัติในการลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี โดยการศึกษาในปี 2011 ซึ่งตีพิมพ์ใน Chemico-Biological Interactions พบว่า หนูทดลองที่เป็นโรคเบาหวาน เมื่อได้อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของบัวหิมะติดต่อกันทุกวัน ระดับไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี มีอัตราลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีการศึกษากับมนุษย์อันแสดงให้เห็นว่า การรับประทานบัวหิมะเป็นประจำจะช่วยลดไขมันทั้งสองชนิดได้เช่นกัน และเมื่อระดับไขมันทั้งสองชนิดนี้ลดลง ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดก็จะลดลงตามไปด้วย


3. ลดระดับน้ำตาลในเลือด

          แม้ว่าบัวหิมะจะมีรสชาติหวาน แต่รสชาติหวานนี้ก็มาจากอินูลิน (Inulin) ซึ่งเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ โดยมีการศึกษาพบว่า อินูลินเป็นสารที่ส่งผลดีต่อการทำงานของอินซูลินในร่างกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การรับประทานบัวหิมะเป็นประจำจะสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ อีกทั้งระดับความหวานของบัวหิมะยังน้อยกว่าระดับความหวานของน้ำตาลกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าบัวหิมะเป็นอาหารที่ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกลัวเรื่องระดับน้ำตาลค่ะ

4. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและความดันโลหิต

          บัวหิมะเป็นพืชที่ขึ้นชื่อว่าดีกับสุขภาพหัวใจ เพราะในบัวหิมะมีระดับโพแทสเซียมสูง โดยโพแทสเซียมมีฤทธิ์ช่วยขยายหลอดเลือด ช่วยผ่อนคลายระบบหลอดเลือดและหัวใจ ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ออกซิเจนในเลือดเพิ่มขึ้น ลดความดันโลหิต และทำให้ความเสี่ยงโรคหัวใจลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจของผู้ป่วยได้อีกต่างหาก อีกทั้งโพแทสเซียมในบัวหิมะยังช่วยควบคุมสมดุลของเหลวในเนื้อเยื่อและเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายร่วมกับโซเดียม แต่ทั้งนี้ก็ควรบริโภคอาหารที่มีโซเดียมอย่างพอเหมาะด้วยค่ะ

5. ต้านมะเร็ง

          การศึกษาในปี 2011 ในวารสารทางวิชาการ Fitoterapia พบว่า บัวหิมะมีสรรพคุณช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต ยับยั้งการแพร่กระจาย และการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งได้ ทำให้ความเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนัง โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และโรคมะเร็งของเลือดทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ โรคมะเร็งไขกระดูก โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวลดลง อีกทั้งในบัวหิมะยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกอนุมูลอิสระทำลายจนเกิดการอักเสบต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้

6. ป้องกันภาวะไขมันพอกตับ

          นอกจากจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายแล้ว จากการศึกษาในปี 2008 ยังพบว่า การรับประทานบัวหิมะควบคู่กับสารไซลิมาริน (Silymarin) จะส่งผลดีต่อผู้ป่วยที่มีการเผาผลาญของร่างกายผิดปกติจนทำให้อ้วนลงพุงได้อีกด้วย โดยในการศึกษาแสดงให้เห็นว่า เมื่ออาสาสมัครรับประทานบัวหิมะวันละ 2.4 กรัม และสารไซลิมาริน (Silymarin) วันละ 0.8 กรัม ติดต่อกัน 90 วัน ระดับของคอเลสเตอรอลลดลง และปริมาณไขมันสะสมในตับก็ลดลงด้วย ทำให้ความเสี่ยงภาวะไขมันพอกตับลดลงค่ะ

7. สร้างเสริมระบบขับถ่าย ลดอาการท้องผูก

          โพรไบโอติกส์ในบัวหิมะเป็นแบคทีเรียชนิดที่ดีต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ทำให้อาการท้องผูก ท้องอืด และปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายต่าง ๆ ที่่อาจนำมาสู่การเกิดเนื้องอกในกระเพาะอาหารหรือโรคมะเร็งลำไส้ลดลงได้ ขณะที่ไฟเบอร์ในบัวหิมะก็ยังช่วยสร้างเสริมระบบขับถ่ายได้อีกทางหนึ่งด้วย ได้ประโยชน์หลายต่อแบบนี้ต้องหามาลองกันแล้วล่ะ

นอกจากนี้ยังมี
 
 

บัวหิมะที่เป็นดอก

บัวหะมิที่เป็นดอก หรือ ต้นพืช (Saussurea หรือ Snow Lotus) ที่จัดอยู่ในวงศ์ทานตะวัน (ASTERACEAE หรือ COMPOSITAE) ซึ่งมักจะเรียกกันว่า บัวหิมะพันปี หรือ บัวหิมะหมื่นปี เป็นต้น โดยเป็นพืชที่ขึ้นในที่สูงมีลักษณะดอกสีขาวหรือเขียวอ่อน

จะงอกเฉพาะในบริเวณภูเขาสูงที่มีอุณหภูมิเย็นจัด หรือบริเวณที่ราบสูงที่มีหิมะปกคลุม หรือในบริเวณที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,000 – 4,000 เมตร อย่างเทือกเขาอัลไต ภูเขาคุนลุ้น ที่ราบ สูงซินเกียง เป็นต้น ซึ่งจะใช้เวลานานกว่า 3 ปีถึงจะเก็บเกี่ยวดอกได้ และโดยทั่วไปเมล็ดของบัวหิมะเพียง 5% เท่านั้นที่จะเจริญเติบโตจนออกดอกได้

สรรพคุณบัวหิมะ (ที่เป็นดอกหรือพืช)

    -บัวหิมะสรรพคุณนำมาใช้เป็นยาบำรุงและรักษาโรคชนิดต่าง ๆ เพราะมีฤทธิ์เป็นยาเย็น
    -สรรพคุณของบัวหิมะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย
    -ช่วยบำรุงหัวใจ
    -ช่วยแก้ไข้
    -ช่วยขับพิษในร่างกาย
    -ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน
    -ช่วยบำรุงโลหิต
    -ช่วยบำรุงบำรุงไต
    -ช่วยแก้อาการข้ออักเสบ
    นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ทั้งที่เป็นแบบบริสุทธิ์ 100% และที่เป็นแบบนำไปผสมกับตัวยาชนิดอื่น ๆ


บัวหิมะที่เป็นผลไม้

บัวหิมะที่เป็นผลไม้ ที่หลาย ๆคนเรียกว่า “บัวหิมะสด” หรือ “ผลบัวหิมะ” หรือ “หัวบัวหิมะ” หรือ “รากบัวหิมะ” หรือ “บัวหิมะจีน” นั่นแหละ หรือในประเทศจีนจะเรียกกันว่า “เสวี่ยเหลียนกว่อ” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Yacon (ผลไม้แห่งพระเจ้า) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Smallanthus sonchifolius (Poepp.) H.Rob. จัดอยู่ในวงศ์ทานตะวันเช่นเดียวกับชนิดนแรก บัวหิมะชนิดนี้จะเป็นพืชพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่ผลไม้อะไรหรอกครับ เพียงแต่เราเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นผลไม้ เนื่องจากนิยมนำมารับประทานสด ๆ นั่นเองครับ

โดยจะมีรูปร่างคล้าย ๆ กับหัวมันเทศ เปลือกบาง รสออกหวานเหมือนแห้วผสมมันแกว ฉ่ำน้ำเหมือนสาลี่ กรอบเป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่ต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนหรือกำลังควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี ซีลีเนียม เป็นต้น และรากบัวหิมะ สรรพคุณใช้เป็นยาสมุนไพรในการรักษาอาการต่าง ๆ ได้อีก

ประโยชน์บัวหิมะ (ที่เป็นผลไม้หรือพืช)

    -ประโยชน์บัวหิมะนำมารับประทานสด ให้รสชาติหวานฉ่ำ ชื่นใจ
    -ป็นอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพเสริมความงามที่น่าใจ
    -มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดสิวฝ้าบนใบหน้า
    -ช่วยรักษาโรคเบาหวาน
    -ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน คอเลสเตอรอล
    -ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
    -ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
    -ช่วยป้องกันจากสารพิษจากมลภาวะและสารก่อมะเร็ง
    -ช่วยให้หลอดเลือดอ่อนตัว
    -ช่วยบำรุงหัวใจและเส้นเลือด
    -ช่วยควบคุมของเหลวในเลือด
    -ช่วยแก้อาการร้อนใน
    -ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเป็นปกติ
    -ช่วยย่อยอาหาร ป้องกันอาการท้องผูกและท้องเสีย
    -ช่วยให้ระบบทางเดินปัสสาวะทำงานได้ดีขึ้น
    -ป้องกันการเกิดผลึกก้อนนิ่ว
    -ช่วยตับขับถ่ายสารพิษในร่างกาย
    -แก้อาการอักเสบ
    -ใบของหัวบัวหิมะมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
    -นำไปปรุงสุกต้มกับกระดูกหมูหรือนำไปตุ๋นช่วยย่อยอาหารและระบายท้องได้ดี
    -มีการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องดื่มและชา อาหารกระป๋อง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก..http://health.kapook.com , http://frynn.com